อะไรออกหรือเจ้า” หยวนฟานเอ่ยถามบุตรสาวพลางเอามือลูบอกของตนป้อย ๆ
เด็กหญิงตัวน้อยส่งสายตาลุแก่โทษไปยังมารดาที่ตัวเองเผลอส่งเสียงดังจนทำให้นางตกใจ
“แม่ไม่เป็นอันใดหรอกเจ้ารีบพูดออกมาเถอะ” มารดาของเจ้าตัวน้อยยกมือลูบหัวเล็กของบุตรสาวเอ่ยอย่างอ่อนโยน
“ข้าขอถามได้หรือไม่พวกเราไม่ได้กลับมายังบ้านเดิมของท่านปู่นานเท่าไหร่แล้วเจ้าคะ” เจ้าตัวน้อยพูดขึ้นทั้งนํ้าเสียงและสีหน้าแสดงความจริงจังเท่าที่เด็กคนหนึ่งจะทำได้
“นับตั้งแต่วันที่ข้าถูกขับไล่ออกมาจากบ้านหลังนั้น ตั้งแต่ปู่ของเจ้าเสียไปก็น่าจะยี่สิบกว่าปีได้แล้วมั้ง ข้าจำได้ว่าในตอนนั้นพาพ่อของเจ้าเร่ร่อนไปทั่วรับจ้างทำงานสารพัด โชคดีที่เขาได้55
อาจารย์ดีช่วยสั่งสอนวิชาให้ แต่ว่าท่านผู้นั้นก็เดินทางหายตัวไปอย่างลึกลับหลังจากที่พ่อของเจ้าได้เข้าสำนักศึกษา นานป่านนี้ไม่รู้ว่าท่านจะเป็นหรือตาย” หญิงชราเล่าความหลังออกมาด้วยดวงตาเปียกชื้น
“ทะ…ท่านย่าว่าอะไรนะเจ้าคะ ถูกไล่ออกมาอย่างนั้นเหรอ” หนิงอันเอ่ยขึ้นอย่างตกใจ ในขณะที่ย่าของตนกำลังยกชายเสื้อซับนํ้าตา
หญิงชราพยักหน้ารับสีหน้าหม่นเศร้า หนิงอันมองไปยังใบหน้าของบิดาก็เห็นว่าดวงตาของเขาก็แดงเรื่อเช่นเดียวกันจากนั้นเธอก็มีสีหน้าราวไก่ต้มสุก
“หากเป็นอย่างที่ท่านว่า ข้าคิดว่าที่ท่านปู่ให้เรากลับมายังชนบทอาจจะไม่ได้ต้องการให้เรากลับไปอยู่ร่วมกับคนพวกนั้นดังนั้นพวกเราก็ไม่จำเป็นต้องไปอยู่บ้านเดิมของท