จ แต่ทว่ากุ้ยเฮยบอกว่าเมื่อมีวาสนาอย่างไรสักวันต้องได้พบกัน แม่จึงได้แต่งนิยายเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นการระลึกถึงอย่างไรเล่า” หนิงอัน หาได้ปิดบังเรื่องของอาจารย์อันต่อคนในครอบครัว
“ท่านแม่ ลูกอยากมีท่านกุ้ยเฮยเป็นของตัวเองบ้าง ท่านคิดว่าจะเป็นไปได้หรือไม่” บุตรสาว จับมือของมารดาถามขึ้นอย่างคาดหวัง
หนิงอัน จึงได้ยกมืออีกข้างที่วางพู่กันลงแล้วกอบกุมมือของบุตรสาวในขณะเดียวกันก็พูดอย่างตรงไปตรงมากับนาง“เรื่องนี้แม่ไม่อาจรู้ได้ เนื่องจากวาสนาของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน”128
“เป็นเช่นนั้นหรือเจ้าคะ แต่ข้าเชื่อว่าอีกไม่นานลูกจะต้องได้เจอกับท่านเซียนเต่าเป็นแน่” เหลียนเซียวอ้ายเยว่ พูดขึ้นอย่างมั่นใจ
“หากเป็นเช่นนั้นจริง เจ้าจะต้องรักษามิตรภาพเอาไว้ให้ดีเข้าใจหรือไม่” หนิงอัน ลูบผมบุตรีตัวน้อยอย่างรักใคร่
“ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะ” เด็กหญิงตัวกลม ทำผมเป็นทรงซาลาเปาคู่พยักหน้าตอบรับอย่างเชื่อฟัง
ในระหว่างที่แม่กับลูกสนทนากัน มู่ตานผู้ซึ่งได้ออกเรือนไปแล้ววิ่งกระหืดกระหอบด้วยดวงตาแดงกํ่าตรงมาทางศาลาภายในจวนหยูอย่างเร่งรีบ
“พระชายาเพคะ ฮูหยินผู้เฒ่า” คำเรียกขานของมู่ตานนั้นได้ทำให้หนิงอันตกใจใบหน้าซีดขาว นางรีบลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ทันที แม้เจ้าตัวจะรู้อยู่แล้วว่าต้องมีวันนี้ แต่ทว่านางก็อดที่จะรู้สึกใจหายไม่ได้
“อ้ายเยว่ ไปตามพี่ชายกับท่านพ่อของลูก แม่จะรีบไปดูท่านย่าทวด” หนิงอัน สั่งความกับลูกน้อยออ