กมาอย่างรวดเร็วก่อนที่จะใช้วิชาตัวเบาทะยานไปโดยมีมู่ตานตามไปติด ๆ129
เด็กน้อยผู้มีแก้มกลมไม่รอช้า นางรีบทำตามคำสั่งของมารดาอย่างไม่รีรอ ร่างเล็ก ๆ ใช้วิชาตัวเบาที่ได้รํ่าเรียนมาแยกตัวไปทางสนามฝึกยุทธทางด้านหลังซึ่งบิดากับพี่ชายฝาแฝดมักจะใช้เวลาอยู่ร่วมกันเป็นประจำตั้งแต่มาพักอยู่ที่จวนของท่านตา
นํ้าเสียงของนางตะโกนดังขึ้นก่อนตัว “ท่านพ่อ พี่ชายท่านย่าทวดแย่แล้ว” หนึ่งเด็กชาย หนึ่งชายหนุ่มที่กำลังประลองกันอยู่กลางลานกว้างถอยห่างออกจากกันและรีบหยุดการต่อสู้ของตนลงอย่างไม่รอช้า
“ไป” เหลียนเซียวมู่ตง พูดพร้อมกับพุ่งตัวมาทางบุตรีตัวน้อยที่ไม่มีอาการหอบเหนื่อย “เยว่เอ๋อ พ่อจะอุ้มเจ้าเอง” นํ้าเสียงของเขาอ่อนโยนดุจสายลมแรกของฤดูใบไม้ผลิ
“เจ้าค่ะ” เด็กหญิงตัวกลมอ้าแขนของตัวเองออกโดยไม่อิดออด โดยมีพี่ชายฝาแฝด ยืนมองผู้เป็นพ่อกับน้องสาวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“พี่ชาย ท่านก็มาให้ท่านพ่ออุ้มด้วยสิเจ้าคะ” อ้ายเยว่กวักมือ เรียกผู้เป็นพี่อย่างเป็นห่วงกลัวว่าผู้เป็นพี่จะน้อยใจ130
“เจ้าให้ท่านพ่ออุ้มเถอะ พี่เป็นชะ..” ยังไม่ทันจบประโยคของเขา ร่างเล็ก ๆ ของเจ้าตัวก็ลอยหวือขึ้นจากพื้น ด้วยความตกใจสองแขนป้อม ๆ จึงได้กอดคอของบิดาเอาไว้แน่น
“เจ้ายังเป็นเด็ก เอาล่ะเจ้าสองคนกอดพ่อดี ๆ นะ” จบคำพูดของชายหนุ่มร่างสูง เจ้าตัวก็ใช้วิชาตัวเบามุ่งมาทางเรือนของฮูหยินชราด้วยความเร็ว แม้ว่าจะมีบุตรอยู่ในอ้อมแขนถึงสองคน