นเซียวมู่ตง ได้แต่กล่าวลาและส่งยิ้มแห้งอย่างอ่อนใจให้กับว่าที่พ่อภรรยาตามหลัง
ภายในจวนตระกูลหยู
“น้องหญิง เจ้าจะยอมทำตามที่เจ้าเด็กนั่น ว่ามาจริงอย่างนั้นหรือ” หยูเจียง ถามออกมาใบหน้าและนํ้าเสียงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“ลูกเจียง เด็กคนนั้นที่เจ้าว่าจะดีร้ายอย่างไรเขาก็เป็นถึงเชื้อพระวงศ์ แม้ว่าเขาจะไม่ถือสา แต่เจ้านับว่าเป็นขุนนางคนหนึ่ง89
ถึงจะไม่พอใจอย่างไร ก็ควรระงับคำพูดเอาไว้บ้าง” มารดาผู้ชรากล่าวตำหนิ
“ข้าขออภัยขอรับ แต่ลูกยังคิดว่าอันอันยังเด็กนัก ข้ายังไม่อยากรีบร้อนให้นางแต่งออกไป” บิดาผู้หวงลูกสาว พูดทักท้วงด้วยสีหน้าไร้ซึ่งความยินยอม
“ท่านพี่ เสี่ยวตงแค่จะให้ผู้ใหญ่กับแม่สื่อมาเจรจากับทางเราเพื่อจะหมั้นนะเจ้าคะ” หยวนฟาน พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มอย่างอ่อนใจให้กับสามี
“แม้จะหมั้นก็เถอะ สักวันก็ต้องแต่งอยู่ดีไม่ใช่หรือ ข้ายังคิดว่าลูกเราก็ยังเด็กไปอยู่ดีนั่นแหละ”
ฮูหยินผู้เฒ่าหยู ถอนใจให้กับความหัวดื้อของบุตรชาย“ลูกเจียง เจ้าบอกแม่สิ เจ้าแต่งกับเสี่ยวหยวนตอนอายุเท่าไหร่”
เจ้าของชื่อสบตาตอบคำถามของมารดาเสียงอ่อย “ตอนที่อาหยวนอายุสิบหกปีขอรับ”90
ผู้ที่ได้ฟังภายในห้องต่างพากันแอบอมยิ้ม “ในตอนนั้นข้ายังอายุน้อยมากกว่าลูกสาวของเราตอนนี้ด้วยซํ้า” หยูเจียง นํ้าท่วมปากหลังจากได้ยินคำกล่าวของภรรยาสุดที่รัก
เช้าวันต่อมา ช่วงสายของวันชาวบ้านร้านตลาดรวมถึงจวนใกล้เคียงต่างพากันตื่นตาตื่นใจเป็นอย