โดดขึ้นหลังม้าควบห้อตะบึงกลับไปยังค่ายที่นับได้ว่าเป็นบ้านหลังที่646
สองนับตั้งแต่ที่เขาทั้งคู่ ตัดสินใจมาสมัครเป็นทหารของดินแดนทางนี้บนเรือลำใหญ่ หนิงอันกำลังยืนเหม่อมองไปทางผืนนํ้าที่จรดกับท้องฟ้าเบื้องหน้าด้วยความเพลิดเพลิน ‘ดีใจใช่ไหมล่ะ จะได้กลับบ้านแล้ว’ กุ้ยเฮย ผู้เงียบหายไปนานก็ส่งเสียงออกมา‘เจ้า เลิกจำศีลแล้วอย่างนั้นหรือ’ หนิงอัน พูดกึ่งประชด(มีอย่างที่ไหน ชิ่งหนีข้าไปตั้งหลายวัน) ‘ก็ข้าไม่อยากอยู่เป็นพยานรักของพวกเจ้านี่’ คำพูดของเต่าตัวเล็กทำให้ใบหน้าของหนิงอันขึ้นสียิ่งยามเมื่อนางนึกถึงเหตุการณ์อันน่าขายหน้าของตนในคืนที่อาบนํ้าริมลำธารด้วยแล้ว เจ้าตัวก็เงียบเสียงลง‘เกิดอะไรขึ้น ระหว่างเจ้ากับเด็กนั่น ไม่ใช่ว่าระหว่างที่ข้าอยู่ในมิติจะ…เจ้าเข้าหอไปกับเขาแล้วหรอกนะ’ นํ้าเสียงของกุ้ยเฮยเต็มไปด้วยความตกใจ‘เจ้าคิดเหลวไหลอะไร’ หนิงอันแหวในขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนากัน เหลียนเซียวมู่ตงก็กำลังหาวิธีหลบเลี่ยงจากการจับจ้องของหยูเจียง647
“ข้าอยากจะไปหาอันอัน เจ้าสองคนช่วยข้าหาวิธีหลบเลี่ยงสายตาจากว่าที่พ่อตาของข้าให้ทีสิ ใครทำได้ข้าจะให้ลาหยุดหนึ่งเดือน”หลินเจ๋ รู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นทันตา เนื่องจากเจ้าตัวอยากไปหาว่าที่ภรรยาใจจะขาด ดังนั้นชายหนุ่มจึงกระซิบข้างหูอู๋หวี่เสียงเบา “เจ้าช่วยข้าหาวิธีหน่อยนะ สหายรัก”อู๋หวี่ ปรายตามองเขาก่อนที่จะพยักหน้า ตอบรับด้วยความเห็นใจซึ่งทุกการกระทำ