ของตนที่นั่งพักและดื่มนํ้าจนมีแรงขึ้นมามากแล้ว
หนิงอันกำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธ ทว่าทหารของเหลียนเซียวมู่ตงซึ่งนำโดยหลินเจ๋ อู่หวี่ต่างพากันลุกขึ้นยืนและรีบพูดออกมา563
“พวกข้าไปเองขอรับ คุณหนูโปรดนั่งพักให้สบายเถอะ”จบคำของหลินเจ๋ กลุ่มของเขาก็รีบพากันเดินหายเข้าไปในป่าด้านข้างเหมือนมีสัตว์ร้ายไล่หลังไม่มีผิด
“ท่าน ชอบข่มขู่พวกเขาใช่หรือไม่” หนิงอัน กล่าวขึ้นพลางหรี่ตามองไปทางชายหนุ่มที่นั่งนิ่งทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ก่อนที่นางจะนั่งลงอีกครั้ง
“ข้านั่งอยู่เฉย ๆ เจ้าก็เห็น โอ๊ย! ข้าเจ็บแผล” เหลียนเซียวมู่ตงตอบหน้าตาเฉยก่อนที่เจ้าตัวจะยกมือกุมบาดแผลแถวบริเวณสีข้าง
“ท่านไม่ต้องมามารยากับข้าเลย” แม้ปากจะพูดออกไปแบบนั้น แต่เด็กสาวก็ยังคงไปดูแผลให้กับเขา
เวลาผ่านไปชั่วครู่ใหญ่ บรรดาสัตว์ร้ายทั้งเจ็ดก็พากันเดินกลับมาโดยมีหมูป่าตัวใหญ่พาดอยู่บนหลังของเจ้าลาย และไก่ป่า รวมถึงกระต่ายต่างก็อยู่บนหลังของหมีทั้งสองตัว และหมาป่า
“พวกเจ้าช่างเก่งกาจยิ่งนัก” หนิงอัน กล่าวชมในขณะที่ทหารหลายนายกำลังช่วยกันยกหมูป่า รวมถึงนำสัตว์เหล่านั้นไปจัดการ564
โดยมีมู่ตาน เดินไปช่วยบอกพวกเขาด้วยว่าควรจะจัดการกับสัตว์ที่ตายแล้วอย่างไร
ส่วนอานเจิ้งกับยงฮ่าวก็ไปช่วยล้างเนื้อล้างตัวให้กับเจ้าลายและหมีทั้งสองตัว “ข้าขอบใจเจ้านะ ที่มาช่วย” ยงฮ่าวพูดขึ้นในขณะที่กำลังแปรงขนให้เจ้าลายผู้ที่นับได้ว่าเติบโตมาพร้อมกัน
เช่นเดียวกับอา