ิ่นสีขาวมันแพะปลายด้ามถูกแกะสลักเป็นรูปดอกเหมยสีชมพูมีไข่มุกสีแดงอยู่ตรงกลางส่งให้กับจื่อเย่
“พี่สาวหยิบปิ่นของข้าล่ะ” หมิงหมิงตะโกนออกมาอย่างดีใจ โดยเสียงของเจ้าตัวทำให้ผู้ที่เป็นเจ้าของปิ่นที่ไม่ถูกเลือกต่างพากันก้มหน้าด้วยความเสียดาย
ความจริงการวางปิ่นลงในถาดก็ไม่ได้ถือว่าเป็นการบังคับซะทีเดียวเพราะถ้าเกิดเด็กสาวเลือกปิ่นของพวกเขา
ส่วนหนึ่งก็นับว่าถือได้ว่าเป็นวาสนาของคนทั้งสองเป็นขั้นต้น และหลังจากนั้นอาจจะมีการพัฒนาความสัมพันธ์ต่อได้ในอนาคต หรือหากว่าทั้งสองเกิดไม่พอใจกันและกันก็สามารถบอกออกมาได้
เมื่อหนิงอันได้ยินเสียงของน้องชายตนเอง นางก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก จนจื่อเย่ส่งเสียงหัวเราะน้อย ๆออกมาด้วยความขบขัน “เจ้าโล่งใจถึงเพียงนี้เลย” หญิงงามกล่าวหยอกล้อ530
“เจ้าค่ะ หากข้าชอบใครข้าจะเป็นผู้เลือกด้วยตัวเองไม่ใช่ว่าให้ใครมาบังคับ” จื่อเย่หาได้แปลกใจกับความคิดเช่นนี้ของผู้ที่ตนกำลังปักปิ่นลงบนมวยผมของนาง
“เจ้าช่างคิดไม่เหมือนผู้ใด หรือว่าเจ้ามีชายในดวงใจอยู่แล้วกัน” เหลียนเซียวจื่อเย่แสร้งหยั่งเชิง
“ไม่มีเจ้าค่ะ ข้าแค่ตั้งมั่นว่าหากจะแต่งให้ใครสักคนชายคนนั้นจะต้องรักเพียงข้าและมีข้าคนเดียวเฉกเช่นบิดาของข้าที่มีความรักมั่นให้กับมารดา”
“เจ้าไม่คิดว่าตนใจแคบหรอกหรือ” หญิงงามลองถามออกมาอีก
“ใครว่ากัน ข้าหนิงอันใจกว้างดุจมหาสมุทรแล้ว เพียงแต่เรื่องนี้เท่านั้นที่ใจข้าเล็กมากกว่าร