“ว่ามา”
หนิงอันจึงได้เล่าเรื่องของฉีเยว่กับกุ้ยฮวาออกมา ซึ่งหลังจากที่เหลียนเซียวฟังเจ้าตัวก็คิดว่ามีความเป็นไปได้ที่ชายคนนี้จะเป็นคนเดียวกัน
“ข้าจะให้หลินเจ๋กับอู่หวี่ไปสืบเรื่องนี้ก่อน แต่ข้าจะส่งข่าวไปให้ตระกูลหลางด้วยในเมื่อเรื่องนี้เกี่ยวกับบุตรีของตน คนพวกนั้นก็ควรจะต้องรับผิดชอบด้วย”
“เป็นความคิดที่ดี ว่าแต่ช่วงนี้ท่านไม่ว่างหรือ ข้าไม่เห็นท่านไปที่จวนเลย” เมื่อเรื่องของตนเรียบร้อย หนิงอันจึงได้ถามชายหนุ่มตรงหน้าอย่างสงสัยและเป็นห่วงเกรงว่าตนจะนำเรื่องยุ่งมาเพิ่มให้เขา
“ก็ยุ่งนิดหน่อย เพราะช่วงนี้ทางชายแดนไม่ค่อยสงบสักเท่าไหร่ เจ้าไม่ได้รับจดหมายจากสองคนนั้นหรือ ข้าก็เลยกำลังวางแผนฝึกซ้อมทหารให้มากขึ้นและไหนจะเรื่องโรงงานผลิตนํ้ามันของเจ้าอีก490
ข้าก็เลยไม่มีเวลากระดิกตัวไปไหน” เหลียนเซียวมู่ตงพูดไปก็ชำเลืองมองเด็กสาวตรงหน้าไปด้วย
“เรื่องการฝึกทหารท่านก็วางแผนให้นายกองนำไปทำแทนสิ ส่วนท่านก็ทำหน้าที่คอยไปตรวจดู เหตุใดต้องทำเองทุกอย่าง ส่วนเรื่องโรงงานไม่ใช่ว่าท่านให้ท่านลุงจิวไปจัดการอยู่หรอกหรือ”
เหลียนเซียวมู่ตงชะงักมือของตนที่กำลังยกจอกนํ้าชาขึ้นจิบ (นี่ข้าลืมไปได้อย่างไรว่านางหาใช่สตรีทั่ว ๆ ไป)
“ถึงจะเป็นอย่างนั้นข้าก็ต้องเป็นคนวางแผนเองเพื่อให้งานออกมาดีที่สุด” เหลียนเซียวมู่ตงพูดขึ้นอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้หนิงอันเองก็เข้าใจได้เนื่องจากชายหนุ่มตรงหน้าเป็นพวกเอาจริงเอาจัง