้าก็รีบ ๆ เข้าเถอะ หมิงหมิงล่ะ จะไปด้วยหรือเปล่า” เหลียนเซียวมู่ตงติงก่อนจะบ่ายหน้าไปถามเด็กชายที่ฟังอยู่ด้วยกัน
“ไปขอรับ”
“อันอัน ข้าไปด้วยได้หรือไม่” นํ้าเสียงหวานของฉีเยว่ถามขึ้น แม้ใบหน้าของนางจะค่อนข้างซีดเซียวก็ตาม
“พี่สาวแน่ใจนะเจ้าคะ” หนิงอันย้อนถามด้วยความเป็นห่วง496
ฉีเยว่ทำเพียงพยักหน้าน้อย ๆ ดังนั้นหนิงอันจึงได้ให้นางไปด้วยโดยให้ขึ้นมานั่งบนม้าตัวเดียวกัน
สองพี่น้องหลางก็มองหน้ากันไปมาด้วยความไม่เข้าใจว่าหญิงสาวคนนี้เป็นใคร แต่ถ้าหากจะถามหนิงอันในตอนนี้ก็คงไม่เหมาะ ดังนั้นคนทั้งคู่จึงได้ปล่อยผ่านไปก่อน
เมื่อกลุ่มของอันอันเดินทางออกนอกเมืองมาได้ เด็กสาวก็เจอเข้ากับสหายต่างเผ่าพันธุ์ของตนที่มายืนเรียงรายกันอยู่ทั้งเจ็ดตัวโดยมี่อู๋หวี่นั่งอยู่บนหลังม้ารวมอยู่ด้วย
“ในเมื่อมาพร้อมแล้ว พวกเราก็ไปกันเถอะ” เหลียนเซียวมู่ตง กล่าวก่อนที่เจ้าตัวจะควบม้านำทุกคนออกไป
ทางด้านหมู่บ้านบนภูเขาในขณะที่หลินเจ๋กับทหารของตระกูลหลางกำลังเฝ้าคนพวกนี้อยู่
พวกเขาก็ไม่อาจจะอยู่เฉยได้เมื่อเห็นหญิงวัยกลางคนในหมู่บ้านได้ดึงแขนเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งอย่างถูลู่ถูกังอย่างไร้ความปรานี
เด็กคนนั้นร้องไห้ขอความเมตตา แต่หญิงคนนั้นก็หาได้เห็นใจไม่ อีกทั้งนางยังตะโกนด่าเด็กคนนั้นอีกด้วย “เงียบ! หากเจ้ายังร้องไห้อยู่แบบนี้ ข้าจะให้เจ้าอดข้าว อดนํ้า”497
“ท่านป้า ปล่อยข้าไปเถอะ ท่านจับข้ามาเพราะอะไร ข้าอยากกล