ญ์หญิงนี้ไปทำอะไร”
เหลียนเซียวมู่ตงยกมือลูบผมดำละเอียดเป็นเงามันของเด็กสาวพร้อมกับพูดขึ้นเสียงอ่อน “เจ้ารู้ไหมหากไม่มีเจ้า สตรีที่มีความสามารถอีกหลายคนอาจจะต้องหลบอยู่แต่ภายในเรือนไปตลอดชีวิตเชียวนะ”
หนิงอันเงยหน้ามองผู้พูดสีหน้าเต็มไปด้วยความฉงน“ท่านหมายความว่ายังไง” “เจ้าไม่รู้หรือว่าฝ่าบาทได้มีพระราชดำรัสให้ปีหน้าสตรีสามารถสอบเข้ารับตำแหน่งขุนนางได้ไม่ว่าจะบุ๋นหรือบู๋ขอเพียงแค่คนผู้นั้นมีความสามารถ”343
หนิงอันห่อปากเบิกตากว้างมองคนพูดอย่างตกใจ “เรื่องจริง?” “ข้าจะหลอกเจ้าไปทำไม อีกหนึ่งเดือนข้าคิดว่าสำนักศึกษาแต่ละแห่งคงพิจารณารับสตรีเข้าเรียนกันมากขึ้นเมื่อถึงเวลานั้นข้าว่าเจ้าน่าจะยุ่งที่สุด”
หนิงอันชี้นิ้วเข้าหาตัวเองถามขึ้นอย่างกังขา “ข้าหรือทำไม? การที่สำนักศึกษาเปิดโอกาสให้สตรีแล้วเกี่ยวอะไรกับข้าด้วย”
เหลียนเซียวขยี้ผมของเด็กสาวอย่างมันเขี้ยว โดยกุยเฮยผู้อยู่บนศีรษะของสหายพยายามหลบเลี่ยงฝ่ามือใหญ่ไปมา (กัดซะดีมั้ง) เจ้าตัวคิด “จะไม่เกี่ยวได้อย่างไร พวกเขาก็จะต้องมาปรึกษากับเจ้าหรือไม่ก็มาเชิญเจ้าไปเป็นอาจารย์สอนสตรีเหล่านั้นนะสิ หรือไม่ในเร็ว ๆ นี้อาจจะมีผู้อยากลองดีมาทดสอบความสามารถเจ้าก็เป็นได้”
“ตายแล้ว! ข้าว่าแล้วเชียวตำแหน่งนี้ช่างนำพาความยุ่งยากมาให้ข้าโดยแท้หมดกันความสงบสุขของข้า” เด็กสาวครํ่าครวญแต่ไร้ซึ่งนํ้าตาเมื่อได้ยินประโยคถัดมาของชายหนุ่มด้านข้าง “ชีวิตของเจ