จึงได้เรียกเข้าเฝ้า” ขุนนางผู้มีตำแหน่งขั้นสามถามหยูเจียงออกมานํ้าเสียงแฝงไว้ซึ่งความดูถูก326
เหลียนเซียวมู่ตงที่ให้หยูเจียงเดินเข้ามาก่อนเนื่องจากเจ้าตัวติดเรื่องบางอย่างเผอิญได้ยินคำกล่าวนี้ดังนั้นเขาจึงเป็นฝ่ายตอบโต้ขุนนางคนนั้นแทนหยูเจียง
“ในตอนนี้เขายังเป็นขุนนางขั้นห้าแล้วอย่างไร ไม่แน่ว่าต่อจากวันนี้ไปเขาอาจจะเป็นขุนนางขั้นหนึ่งก็ได้ส่วนใครบางคนที่ไม่ได้ทำประโยชน์อาจจะถูกลดขั้นแม้แต่ตำแหน่งก็อาจจะไม่มี”
ขุนนางท่านนั้นกำหมัดแน่นแต่กระนั้นด้วยความที่ตนฐานันดรแตกต่างจากคนตรงหน้าชายวัยกลางคนผู้นี้จึงจำต้องคารวะเหลียนเซียวมู่ตงอย่างจำยอมทว่าชายหนุ่มกลับเมินเฉยราวกับคนผู้นี้ไร้ตัวตน
“ท่านอาหยูไปกับข้าเถอะขอรับ” คำเรียกขานของเหลียนเซียวมู่ตงที่มีต่อชายแปลกหน้าคนนั้นทำให้ขุนนางทุกคนต่างพากันหันหน้ามามองหยูเจียงอีกครั้งอย่างสงสัยระคนใคร่รู้
หยูเจียงผู้กำลังตกเป็นหัวข้อสนทนาค่อนข้างรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย ทว่าเจ้าตัวก็ยังคงพยายามทำสีหน้าให้เรียบสนิทจนกระทั่งมีคนเริ่มจำเขาได้
“ข้าว่าคนผู้นั้นดูคุ้นหน้านะ” เมื่อมีคนเปิดประเด็นย่อมต้องมีคนสนใจตามมา ทว่า… แต่แล้วก็มีคนอื่นพูดขึ้นตัดหน้าเขา327
เสียก่อนซึ่งเป็นคนที่เดินเข้ามาภายหลังได้เรียกหยูเจียงออกมานํ้าเสียงนั้นเต็มไปด้วยความดีใจ “น้องเจียงในที่สุดเราก็ได้พบกัน” หานกวงฮุยเดินเข้าไปจับมือของชายหนุ่มรุ่นน้องอย่างสนิทสนม
“ใช่เขาจริง ๆ ด้วย” ช