พระองค์ลำบากแล้วเพค่ะ”
เหลียนเซียวจื่อเย่รีบเดินเข้าไปพยุงนางให้ลุกขึ้นก่อนกล่าวเชิงตำหนิ “เจ้านี่นะข้าบอกว่าอย่างไรยามอยู่กันตามลำพังให้เรียกข้าว่าพี่สาวไม่ใช่หรือยังจะเกรงใจอยู่อีก การที่ข้าทำเช่นนั้นก็สมควรแล้วเพราะข้าได้ถือว่าเจ้าเป็นคนในครอบครัวไปนานแล้วไม่รู้หรือ”
เด็กสาวยิ้มอ่อนให้หญิงงามตรงหน้า “เป็นข้าที่พูดผิดเองพี่สาวอย่าได้โกรธเลยนะเจ้าคะ” หนิงอันกล่าววาจาออดอ้อน329
ทางนี้กำลังมีความสุขแต่ทางด้านท้องพระโรงนั้นกำลังเกิดการถกเถียงกันของคนสองฝ่าย “ฝ่าบาทได้โปรดคิดทบทวนใหม่เถอะพ่ะย่ะค่ะ ตั้งแต่ไหนแต่ไหร่มาบ้านเมืองของเราไม่เคยมีขุนนางหญิงมาก่อนเลย”
ผู้ที่เอ่ยค้านนี้ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นพ่อตาของถูเว่ยที่ฟังบุตรเขยของตนมาว่าหนิงอันนั้นไม่ได้มีความสามารถจริงตามที่ผู้คนได้กล่าวอ้าง ทำให้ผู้ซึ่งอยู่แต่ในเมืองจึงเชื่อตามคำกล่าวนี้โดยไร้ซึ่งข้อกังขาและที่สำคัญก็คือนางเป็นเพียงสตรีแต่ไหนแต่ไรมาสตรีก็มีหน้าที่เพียงอุ่นเตียง ดูแลเรื่องงานบ้านงานเรือนมิใช่หรือแล้วครั้งนี้เหตุใดถึงจะเข้ามามีบทบาทในราชสำนัก
เทียนชุนเยว่หลงลิ่วเริ่มมีใบหน้าบึ้งตึงจึงทำให้นํ้าเสียงของเขานั้นฟังดูห้วนสั้น “ข้าเป็นฮ่องเต้หรือว่าท่านเป็น” คำถามนี้ทำให้ผู้คัดค้านหลั่งเหงื่อเย็นเต็มแผ่นหลัง “ยะ..ย่อมต้องเป็นฝ่าบาทอยู่แล้วพ่ะย่ะค่ะ” ชายวัยชราพูดขึ้นเสียงสั่นอย่างหวาดกลัว
“เจ้าเองก็รู้ดีนี่ ถ้าอย่างนั้นการที่ข้าจะ