ีกทั้งยังแนะนำวิธีที่นางคิดได้ออกมามอบให้ผู้เป็นพ่อกับผู้ที่อยู่เมืองหลวงทั้งสองคน
ทางด้านเหลียนเซียวมู่ตงหลังจากที่เขาได้รับรายงานของเจิ้นซานในเรื่องของคนที่ไม่เชื่อ เจ้าตัวจึงได้นำมารายงานต่อฝ่าบาทอีกที
“คนพวกนี้อีกแล้ว หากเกิดเรื่องขึ้นจริงข้าจะได้ถือโอกาสนี้ขจัดคนพวกนี้ออกไปจากเมืองหลวงให้หมด ส่วนประชาชนที่เชื่อและเริ่มทำตามเจ้าก็บอกเจิ้นซานดูแลให้ดี” ชุนเทียนเยว่หลงลิ่วพูดอย่างหมายมาดหลังอ่านรายงานที่เหลียนเซียวมู่ตงนำมาให้241
“พี่เขย ข้าน้อยจะเดินทางไปเมืองซานไห่นะขอรับ”เหลียนเซียวมู่ตงเอ่ยเข้าประเด็น “ไปก็ดีเหมือนกัน เจ้าจะได้ไปถามนางด้วยว่าเพราะเหตุใดผลผลิตของเราจึงไม่ดีเท่าของนาง”
ในขณะที่คนทั้งคู่กำลังสนทนากันอยู่ภายในห้อง ประตูด้านนอกห้องทรงอักษรของเทียนชุนเยว่หลงลิ่วก็ถูกเคาะ ก่อนที่จะมีเสียงแหลมสูงของขันทีตามมา “ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ มีจดหมายด่วนมาจากคุณหนูหยู”
ชายหนุ่มต่างวัยสองคนมองหน้ากันด้วยความสงสัยว่าคนตัวเล็กมีเรื่องอะไรอีก “คงไม่ได้มีเรื่องอื่นนอกจากตั๊กแตนอีกหรอกนะ” เทียนชุนเยว่หลงลิ่วรำพึง “หากอยากรู้ท่านก็ให้คนรีบนำจดหมายเข้ามาเถอะขอรับ”
“รีบนำมาให้เรา” จบถ้อยคำรับสั่งนี้ขันทีคนนั้นก็เปิดประตูออกทันที ขันทีเหลียวรีบเดินไปรับจดหมายจากมือของเขาก่อนที่จะส่งให้ผู้เป็นนายอีกทอด
เทียนชุนเยว่หลงลิ่วยกยิ้มอย่างยินดีเมื่ออ่านจดหมายฉบับนี้จบลง “เจ้าลองอ่านดูสิ นางช่างเป็นอั