าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ”
หลังจากเจ้าตัวพูดจบ เด็กหญิงก็รีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปทางลำธาร “ท่านปู่ไท่! ข้ามีเรื่องสำคัญมากจะบอกเจ้าค่ะ”
นํ้าเสียงของเด็กหญิงไม่สู้ดีทำให้ชายวัยกลางคนสังหรณ์ใจไม่ดีเท่าที่ควร (ขออย่าให้เกิดเรื่องร้ายเลย) เจ้าตัวคิด228
“เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ” นํ้าเสียงของเขาจึงแฝงไว้ด้วยความหวาดหวั่น
“อีกไม่เกินครึ่งเดือนฝูงตั๊กแตนอาจจะมาทางนี้เจ้าค่ะ”
“อะไรนะ! ฝูงตั๊กแตน เรื่องจริงอย่างนั้นหรือ? หากเป็นเรื่องจริงพวกเราคงเจอกับหายนะเป็นแน่ ปู่เคยได้ยินปู่ย่า ตายายพูดกันมาว่าหากสัตว์พวกนี้ไปที่ไหนมันไม่เหลืออะไรไว้ให้คนกินได้เลยแม้กระทั่งรากไม้”
“ท่านปู่เจ้าคะ ข้าว่าท่านรีบเรียกประชุมชาวบ้านทุกคนก่อนเถอะเจ้าค่ะ ส่วนข้าก็จะนำเรื่องนี้ไปบอกท่านพ่อด้วย”
“ดะ..ได้เจ้าเองก็ระวังตัวด้วยนะ”
“เจ้าค่ะ” หลังจากเจ้าตัวได้แจ้งข่าวสำคัญเรียบร้อย หนิงอันก็วิ่งย้อนกลับออกมาและในขณะที่เจ้าตัวกำลังรีบร้อน
‘อันอัน! เหตุใดเจ้าต้องวิ่งไปวิ่งมา ทำไมถึงไม่เรียกเจ้าห้าหรือจงเซ่อ’ คำพูดของกุยเฮยทำให้หนิงอันชะงักฝีเท้ายืนทำหน้าเหลอหลา
‘โอ๊ย! ข้าบ้าไปแล้วสติหายไปหมดแล้วนี่ แต่ตอนนี้เราอยู่ทุ่งนานะ ยังไงข้าก็ต้องเดินกลับบ้านอยู่ดี’ หนิงอันตำหนิตัวเอง229
‘จะยากอะไร เดี๋ยวข้าจะให้เจ้านกตัวนั้นไปตามจงเซ่อมาให้ก็แล้วกัน คราวหน้าคราวหลังเจ้าก็หัดมีสติให้มากกว่านี้ด้วยล่ะ’ กุยเฮยพูดขึ้นพลางพยักพเยิดหัวเล็กๆ ข