ลั้วหัวเราะเช่นเดียวกับแววตาที่ทอแววล้อเลียน
“พี่ชายล้อข้าเล่นแล้ว ข้าเป็นเด็กน้อยผู้น่ารักธรรมดา หาใช่เซียนที่ไหนไม่” หนิงอันพูดแก้ตัว
“เอาเถอะ ข้าจะพยายามเชื่อสำหรับทหารของข้านั้นเอาไว้ข้าจะให้เขาปิดปากกันให้สนิทก็แล้วกันก็ใครใช้ให้เจ้าเสกฟ้าผ่าได้กันล่ะ”
“ข้าไม่ได้ทำอะไรเลยนะเจ้าคะ พี่ชายเลิกล้อข้าเถอะ”
เมื่อชายหนุ่มเห็นหน้าคล้ายจะร้องไห้ของเด็กหญิง เขาจึงยื่นมือออกไปขยี้หัวของคนตัวเล็กกว่า “ข้ารู้ เอาไว้เมื่อไหร่เจ้าพร้อมก็ค่อยบอกหรือจะไม่บอกก็ได้ข้าไม่ว่าเจ้าหรอกไม่ต้องร้องนะ”
“ขอบคุณเจ้าค่ะ แต่ตอนนี้ท่านช่วยเอามือออกไปได้แล้วผมข้ายุ่งหมด” คนตัวเล็กผลักมือของผู้อายุมากกว่าพูดขึ้นสีหน้าบูดบึ้งผิดจากอารมณ์เมื่อครู่อย่างเห็นได้ชัด
“เจ้านี่เป็นเด็กหลากอารมณ์เสียจริงเมื่อครู่ยังนํ้าตาคลอเบ้าอยู่เลย มาตอนนี้ทำหน้าหงิกเสียแล้วสตรีนี่ช่างเข้าใจยากยิ่ง”159
หนึ่งชายหนุ่มกับหนึ่งเด็กหญิงเดินไปก็โต้เถียงกันไป ทำให้ผู้ติดตามของชายหนุ่มต่างมองหน้ากันไปมา
“พวกเจ้าไม่เคยเห็นนายน้อยเป็นแบบนี้ใช่หรือไม่” “ใช่ขอรับ ปกติข้าเคยเห็นแต่..ขอรับท่านหลิน” ชายหนุ่มคนหนึ่งพูดเสียงเบาราวกระซิบพร้อมกับท่าทางนำนิ้วยกคิ้วของตนขึ้นสูงสีหน้านิ่งเรียบ
“หากนายน้อยรู้เข้าระวังเจ้าจะโดนให้ไปเก็บขี้ม้า” อู่หวี่สัพยอกโดยสายตาก็ชำเลืองมองคนที่เดินนำหน้าไปไกล
“ท่านรองอู่ ได้โปรดเงียบเอาไว้ด้วยนะขอรับ ข้าน้อยจะไม่พูดมา