่แหละ’ จบคำของกุยเฮย
เจ้าห้าก็วิ่งมาถึงหน้าถํ้าของครอบครัวฉงพอดิบพอดี ฉงซานผู้กำลังเดินกลับมาจากการไปดูแลรังผึ้งเมื่อเห็นผู้เป็นนายเจ้าตัวก็ส่งเสียงร้องงืดงาดพร้อมกับวิ่งมาหาอย่างรวดเร็ว
“ใจเย็น หากเจ้าหยุดไม่ทันจะชนข้าแล้วนะ” ฉงเหมาที่อยู่ข้างกันรีบเอาตัวเข้าไปกอดน้องชายทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของเจ้านายตัวน้อย
ฉงซานจึงได้ยกไม้ยกมือพลางส่งเสียงออกมาแปลได้ว่า“ข้าหยุดทัน เหตุใดพี่กับเจ้านายจึงไม่เชื่อข้า”
นํ้าเสียงของมันคล้ายตัดพ้อเล็กน้อยทำให้ผู้ที่ได้ยินส่งเสียงหัวเราะขบขันเจ้าตัวโดยเฉพาะลูกหมีสองตัวที่กำลังหัดเดิน111
“พวกเจ้าน่ารักยิ่ง เหมือนตุ๊กตาไม่มีผิดเลย” หนิงอันปราดเข้าไปโอบกอดลูกหมีทั้งคู่พร้อมกัน
หากเป็นหมีปกติคงจะมีกลิ่นสาบ ทว่าครอบครัวฉงรวมถึงเจ้าลายและหมาป่ากลับแตกต่างจากสัตว์ตัวอื่นและทุกชนิด
“อันอันเอามันไปเลี้ยงที่บ้านดีหรือไม่ ซินซินจะได้ไม่เหงา” กุยเฮยพูดขึ้นโดยไม่คิดมองหน้าของฉงซานที่กำลังทำหน้าตาคล้ายร้องไห้
‘เจ้าแกล้งฉงซานอย่างนั้นหรือเห็นหรือไม่ว่าเจ้าตัวทำหน้าคล้ายจะร้องไห้อยู่รอมร่อแล้ว’ ‘ข้าพูดจริงต่างหาก’คำตอบของเต่าตัวเล็กทำให้ หนิงอันกลอกตามองบน
ก่อนที่จะหันหน้าไปหาฉงซานพร้อมพูดปลอบใจหมีตัวใหญ่ออกมา “กุยเฮยเขาเพียงล้อเจ้าเล่น เจ้าอย่าได้คิดมากเลยนะ ข้าไม่พรากเจ้ากับลูกออกจากกันหรอก” ฉงซานจึงมีใบหน้าดีขึ้น112
“เอาล่ะ ข้าไม่อยู่เล่นกับพวกเจ้าแล้ว ข้ายังมีธุระ