ั้นในระหว่างเดินไปโรงเตี๊ยมข้าจะอธิบายให้ท่านฟังเวลากินควรกินเข้าใจนะเจ้าคะ” จบคำเด็กหญิงก็ใช้ตะเกียบคีบเสี่ยวหลงเปาขึ้นมากัดนํ้าซุปหอมกรุ่นก็ไหลเข้าปากเล็กของนาง “ท่านป้าจี้ทำอาหารอร่อยจริง ๆ”406
ดังนั้นหลังมื้ออาหารจบลงในระหว่างออกจากเรือนเด็กชายก็เอ่ยปากในเรื่องที่คนตัวเล็กพูดค้างไว้“เจ้าบอกข้าได้แล้ว” คำพูดไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้หนิงอันเงยหน้ามองเขาสีหน้าเหลอหลา “เรื่องวิญญาณ” ประโยคนี้ทำให้หนิงอันพยักหน้า“ข้าก็นึกว่าเรื่องอะไร ในตอนแรกข้าคิดว่าหากมีผีสางจริงข้าก็คิดจะทำโรงเตี๊ยมผีสิงเก็บค่าเข้าชมนะสิโดยให้วิญญาณเหล่านั้นช่วยเพื่อตอบแทนค่าอยู่ค่ากินแต่ในเมื่อไม่มี ข้าก็เลยต้องหาสาเหตุให้เจอก็เท่านั้น ท่านเห็นหรือไม่ว่าข้าคนนี้ฉลาดมากขนาดไหนมีหรือจะยอมเสียเงินโดยเปล่า” จบคำของคนพูดเด็กชายทั้งสามแทบหัวคะมำเพราะความตกใจส่วนเต่าตัวน้อยก็พูดไม่ออกเช่นกัน“จะ…เจ้าคิดได้ยังไงจะให้วิญญาณช่วยหาเงินเจ้าไม่กลัวว่าคนจะกลัวผีจนไม่มีใครมาจ่ายค่าเข้าชมหรอกหรือ” คำถามของเด็กชายอายุมากกว่าทำให้หนิงอันมองเขาราวคนโง่407
“ข้าขอถามท่านนะ แม้คนจะกลัวแต่ในเมื่อเรื่องนี้ยังไม่มีใครกล้ายืนยันว่ามีจริงหรือไม่ท่านคิดว่าเขาอยากจะพิสูจน์กันไหมดังนั้นนี่เขาเรียกว่าโอกาสต่างหากเฮ้อ! แต่น่าเสียดายที่โครงการนี้ต้องถูกพับเก็บหรือว่าข้าจะไปตามหาบ้านรางหรืออารามที่มีวิญญาณดี” ความเพ้อฝันของเด็กหญิงถูกนิ้วของเหลียนเซี