ริเวณบ้านหลังหนึ่งและเพียงไม่นานพวกเขาก็ได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายดังออกมาจากด้านในก่อนที่จะตามมาด้วยเจ้าของเสียงที่วิ่งหน้าตาตื่นพร้อมกับปาขลุ่ยในมือไปทางหนูจำนวนหนึ่งที่ไล่ตามเขาออกมาด้านนอกสีหน้าและแววตาของชายคนนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“ทำสิ่งใดได้อย่างนั้นกล้าส่งดาบมาให้ผู้อื่นก็ต้องเรียนรู้ด้วยว่าสักวันดาบนั้นก็อาจคืนสนอง” หนิงอันพูดขึ้นโดยไม่คิดสงสารคนผู้นี้เลยแม้แต่น้อย
ทางด้านเจ้าของโรงเตี๊ยมเปิดใหม่ในตอนนี้ยิ่งมีชะตาอนาถมากกว่าชายที่หลอกขายโรงเตี๊ยมให้หนิงอันเสียอีกเพราะเขาถึงขนาดประกาศขายโรงเตี๊ยมแถมจวนก็ยังไม่มีผู้ใดสนใจ และในที่สุดเขาก็ทนที่จะอยู่เมืองนี้ต่อไปไม่ไหวเนื่องจากการก่อกวนของสิ่งที่มองไม่เห็น416
ดังนั้นด้วยความจนใจและจำยอมเขาจึงประกาศลดราคาของโรงเตี๊ยมลงจนเหลือเพียงหนึ่งตำลึงทองกระนั้นก็ยังคงไร้ซึ่งคนเหลียวแล “พี่ชายจัดการแทนข้าด้วย” อันอันพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี
“ย่อมได้” เหลียนเซียวมู่ตงรีบไปจัดการด้วยตนเองเนื่องจากกลัวคนขี้โกงผู้นี้จะเล่นลูกไม้
ทางด้านองครักษ์ทั้งสองคนหลังจากติดตามหนิงอันมาได้สักระยะพวกเขาต่างยกย่องเด็กหญิงจากหัวใจทีเดียว
“คนอื่นหากซื้อทั้งจวนทั้งโรงเตี๊ยมอย่างตํ่า ๆ ราคาของมันต้องไม่ตํ่ากว่าห้าถึงหกพันตำลึงทองแต่คุณหนูกลับจ่ายแค่ราคาหนึ่งตำลึงทองเจ้าคิดว่าจะมีใครได้กำไรไปกว่านางอีก” คำกล่าวของหลินเจ๋ไม่เกินจริง
“เจ้าก็รู้ข่าวลือแพร่กระจายไปไ