ันที” หยวนฟานพูดพลางโยกลูกน้อยไปมาเบา ๆในขณะที่แม่สามีกับลูกสะใภ้เดินเข้าบ้านผู้เป็นแขกก็กำลังเดินออกมา คนทั้งสองจึงได้ยอบกายคารวะผู้เป็นเจ้าของเรือนอย่างสุภาพ “ขอบคุณท่านทั้งสองมากที่กรุณาให้เราทั้งคู่พักที่เรือน” นางกุ้ยเป็นผู้พูดออกมาแทนผู้ช่วยซึ่งเป็นหลานของตน243
“เจ้าไม่ต้องเกรงใจ หากไม่ได้ท่านที่สอนหลานของข้าในช่วงเวลาที่มาเรือนนี้อันอันคงไม่สามารถทำคลอดได้ถึงสองคนหรอก” คำพูดของหญิงชรานั้นทำให้นางกุ้ยรู้สึกเก้อเขิน“ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวเกินไปแล้วเจ้าค่ะ ข้าเองก็โชคดีที่ได้มาเจอนาง หลานของท่านนั้นนับว่าเป็นผู้ที่มีความสามารถยิ่งอายุน้อยเพียงนั้น แต่ทว่าผู้ใหญ่หลายคนยังเทียบนางไม่ได้เลยตอนนี้ก็สายมากแล้วข้ากับหลานสาวคงต้องขอตัวก่อน” ทั้งแม่และย่าเมื่อได้ยินคนชมลูกหลานของตนก็ให้รู้สึกภูมิใจกระนั้นก็ฮูหยินเฒ่าก็ยังคงกล่าวถ่อมตัว “นางยังเด็กไม่ทำอะไรผิดพลาดก็ดีแล้ว ขอให้เจ้าทั้งสองเดินทางปลอดภัย”หลังจากส่งคนออกจากเรือน ลูกสะใภ้กับแม่สามีก็ปราศรัยกันด้วยรอยยิ้มเดินเข้าเรือนอย่างชุ่มชื่นหัวใจทางด้านหมอทำคลอดในขณะนั่งรถม้าโดยการบังคับของจือฉีที่ไปตามตนมา นางกับหลานสาวก็มองไปทั่วทั้งหมู่บ้านแห่งนี้ด้วยความประหลาดใจ244
เนื่องจากแต่ก่อนหากนางจำไม่ผิดหมู่บ้านแห่งนี้ได้ชื่อว่ากันดารยิ่งแล้วเหตุใดตอนนี้ถึงได้แตกต่างจากเดิมมากขนาดนี้ไปได้“คุณชายข้าขอถามได้หรือไม่เหตุใดหมู่บ้านแห่งนี้ถึงได้ปลูก