ากบ้านแรกก็เดินมาบ้านหลังต่อไปอีกทั้งยังมอบเชือกถักให้กับพวกเขาเช่นกัน
“ถึงเรือนปู่ไท่แล้วถ้ามีจักรยานคงดีไม่น้อย” อันอันพูดพร้อมกับเดินเข้าไปด้านใน ซึ่งคำพูดของเจ้าตัวได้ทิ้งให้พี่ทั้งสองพากันงุนงงยิ่งโดยเฉพาะยงฮ่าวเมื่ออยากรู้เด็กชายจึงได้ถามกับผู้ที่มากับตน
“พี่มู่ตานจักรยานคือสิ่งใด” เด็กหญิงก็จนใจที่จะบอกเขาจึงได้ส่ายหัวออกมาราวกลองป๋องแป๋ง
“ท่านย่ารองข้ามาแล้ว” เสียงของหนิงอันดังขึ้นก่อนเจ้าตัวจะเดินไปถึงตัวเรือนชั้นในที่อานไท่กำลังคิดจะสร้างใหม่
“หลานรักเจ้ามาแล้ว มาดูน้องชายของเจ้าสิเด็กสองคนนี้ไม่โยเยเลยทำเพียงกินและก็นอน” ลี่หม่านผู้อุ้มหลานอยู่หนึ่งคน248
กับอานไท่ที่มีหลานน้อยในอ้อมแขนอีกหนึ่งพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มอย่างพึงใจ
“เป็นเช่นนั้นก็ดีแล้วนี่เจ้าค่ะ ว่าแต่ท่านป้ารองกับป้าใหญ่เป็นยังไงบ้าง” อันอันยกยิ้มไม่ได้อธิบายเรื่องธรรมชาติของทารกออกไป เพราะเกรงว่าจะเป็นการขัดความสุขของหญิงวัยกลางคน
“แข็งแรงดีทั้งสองคนนั้นแหละ ย่าได้เชือดไก่นำไปตุ๋นบำรุงให้พวกนางด้วย โชคดีนะที่มี่ครอบครัวเจ้าไม่อย่างนั้นพวกเราคงไม่ได้กินของดี ๆ เช่นนี้หรอก” ลี่หม่านพูดขึ้นดวงตาของนางเริ่มมีนํ้าเอ่อคลอ
“ท่านย่า พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันนะเจ้าคะ ท่านอย่าได้กล่าวอย่างเกรงใจเช่นนี้” อันอันพูดด้วยรอยยิ้มทำให้นํ้าตาของหญิงวัยกลางคนไม่ไหลออกมาเพราะเกรงหลานตัวน้อยจะไม่พอใจ
“ใช่ ๆ เจ้าพูดถูกข้าไม่พูดแล้วม