นั้นก็เดินอย่างคล่องแคล่วตามหรานต้าไปติด ๆ152
โดยทิ้งให้เด็กทั้งคู่ได้แต่มองตามอยู่เบื้องหลัง เวลาประมาณครึ่งเค่อเด็กทั้งสองก็เห็นหรานต้ากับชายหนุ่มผู้นั้นเดินมาด้วยกัน“อันอันส่งมือเจ้ามาให้ลุง ทางมันลื่นเจ้าจะได้ไม่หกล้ม”หรานต้าพูดพร้อมกับยื่นมือของตนออกไปให้คนตัวเล็กจับอย่างหวังดี“พี่ชายจับมือข้าเจ้าค่ะ แล้วก็จับท่านลุงคนนั้นไว้ด้วย”คำพูดของอันอันทำให้เหลียนเซียวมู่ตงคิ้วกระตุกและกำลังจะเอ่ยแย้งก็เห็นมือใหญ่กว่าตนยื่นมาตรงหน้า เขาเงยหน้ามองก็เห็นรอยยิ้มอันจริงใจของคนผู้นั้น“ขอบคุณขอรับ” เด็กชายตอบเสียงเบาใบหูของเขาแดงตัดกับหูขาวของเจ้าตัวทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนในขณะที่เด็กสองผู้ใหญ่สองเดินไปพวกเขาก็สวนทางกับผู้คนเป็นระยะและหรานต้ากับชายหนุ่มอีกคนก็เป็นผู้ตอบคำถามไปตลอดทางจนกระทั่ง “เจ้าลูกบ้า พาหลานมาทางนี้ทำไม” เสียงดังปานฟ้าผ่าของอานไท่แผดดังสีหน้าถมึงทึง153
“ท่านพ่อฟังข้าก่อน” ผู้เป็นลูกรีบพูดขึ้นอย่างรวดเร็วจากนั้นถ้อยคำที่อันอันพูดกับตนก่อนหน้าก็ได้ถูกถ่ายทอดออกมาทั้งหมด“หลานรักจริงอย่างนั้นหรือ” อานไท่หันไปถามเด็กหญิงตัวเล็กไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อผู้เป็นลูก เพียงแต่ต้องการคำยืนยันจากปากของเจ้าของความคิดเท่านั้น“จริงเจ้าค่ะ” จบคำของเด็กหญิง อานไท่จึงได้ให้ลูกชายมาแบกนํ้าแทนตนก่อนที่เขาจะเป็นผู้เดินไปกับอันอันแทน แม้หรานต้าจะอยากรู้อยากเห็นใจแทบขาด กระนั้นก็ไม่อาจขัดคำสั่งผู้เป็