แล้วก็จากไปเหตุใดวันนี้จึงยังรั้งรอ”“ข้าจะมาชวนท่านออกไปเดินเล่นดูคนในหมู่บ้านปลูกข้าวทำนาสนใจจะไปด้วยกันไหมเจ้าคะ” คนตัวเล็กตอบคำถามของเขาแววตาเต็มไปด้วยความกระจ่างใส
เหลียนเซียวมู่ตงนิ่งคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะพยักหน้าตกลงจากนั้นเด็กทั้งคู่ก็พากันเดินออกมาข้างนอกหนิงอันพาเด็กชายผู้ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใดมากนักเดินไปตามถนนลูกรังในหมู่บ้านทักทายผู้คนอย่างสนุกสนาน
“อันอันเจ้าจะไปไหน อันอันกินข้าวหรือยัง เสี่ยวอันเจ้าพาผู้ใดมาด้วย อันน้อยเดินดี ๆ นะ” เสียงทักทายของชาวบ้านตลอดที่คนทั้งสองเดินผ่าน ทำให้เด็กชายวัยสิบปีมองคนตัวเล็กข้างกายอย่างฉงน134
“เจ้าเป็นที่รู้จักมากขนาดนี้เลยอย่างนั้นหรือ” คำถามนี้ทำให้หนิงอันมองเขาชั่วแวบหนึ่งก่อนจะหัวเราะขึ้นมา “ท่านต้องถามว่าในหมู่บ้านแห่งนี้ไม่มีใครรู้จักข้าดีกว่า” เจ้าตัวน้อยคุยโว
“เจ้าโม้มากไปหรือไม่” คนตัวสูงกว่าย้อนถามอย่างไม่เชื่อ
“เอาไว้ท่านก็จะรู้เองนั่นแหละ มาเถอะข้าจะพาท่านไปดูตรงนั้น” หนิงอันบอกปัดพร้อมกับกล่าวชี้ชวนไปยังชมรมสตรีเบื้องหน้า
เมื่อเจ้าตัวน้อยวิ่งเข้ามายังบริเวณนี้ “ท่านหมอน้อย” แม่เฒ่าคนหนึ่งเรียก “ท่านยายเรียกข้าเสี่ยวอันเหมือนเดิมเถอะเจ้าค่ะ” เด็กหญิงยิ้มเขินสาเหตุที่นางถูกเรียกอย่างนี้ก็เพราะแต่ละคนรู้แล้วว่านางเรียนวิชาแพทย์อีกทั้งยังตรวจและจัดยาให้กับสะใภ้ของพวกตนด้วย
สตรีต่างวัยทั้งหลายพากันหัวเราะให้กับท่าทางเอีย