ดทนเสียจริงหากเป็นบางคนคงได้ส่งเสียงแหกปากร้องโวยวายไปนานแล้ว” ชายชราพึมพำ
ต้นยามเว่ยหนิงอันผู้ได้ฝึกวิชายุทธเสร็จแล้วก็เดินลากสังขารของตนมาทางเรือนของฉู่เกอที่ได้ยึดมาจากศิษย์หลานด้วยความหน้าหนา“อาจารย์ปู่ ข้าเหนื่อยยิ่งท่านเว้นให้ข้าสักวันได้หรือไม่”นํ้าเสียงของเจ้าตัวออดอ้อนดวงตากะพริบสบตาชายชราอย่างขอความเห็นใจ
“ไม่ได้หรอก คนไข้ของเจ้ามาแล้วกำลังรออยู่ด้านใน”คำพูดนี้ของอาจารย์เฒ่าทำให้หนิงอันคล้ายถูกฟ้าผ่า ‘เฮยเฮยข้ามีคนไข้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน เจ้ารู้หรือไม่’
‘คนไข้ของเจ้าข้าคิดว่าน่าจะเป็นเด็กชายรูปงามคนเมื่อเช้าเนื่องจากข้าได้กลิ่นพิษออกมาจากตัวของคนผู้นั้น บอกได้ว่า72
แม้จะมีนํ้าตกสวรรค์แต่การถอนพิษไม่ใช่เรื่องง่าย ตะ…แต่เจ้าไม่ต้องวิตกไปเพราะข้ามียาถอนพิษที่ว่า’
คำตอบอันยืดยาวของเต่าตัวน้อยทำให้ใจของหนิงอันเต้นตุ้ม ๆ ตํ่า ๆ ‘หากเจ้าพูดแบบนี้ข้าค่อยโล่งใจหน่อยนึกว่าคนไข้คนแรกจะรักษาไม่ได้เสียแล้ว’
แม้นางรู้ดีสหายคู่พันธะมีความวิเศษกระนั้นอันอันก็ยังแสร้งทำตาโตมองใบหน้าของชายชราอย่างตื่นตะลึง “อาจารย์ปู่เจ้าคะ ท่านไว้ใจข้าถึงเพียงนั้นเลยอย่างนั้นหรือ”
คิ้วของฉู่เกอเลิกขึ้นมองความเจ้าเล่ห์ของคนตัวเล็ก“หากเจ้ารักษาไม่ได้ก็ปล่อยให้เขาตายไปเถอะ แต่ว่าช่างน่าเสียดายอายุยังน้อยนิดถึงเพียงนั้น” จิ้งจอกเฒ่าก็คือจิ้งจอกเฒ่าเขาถอนหายใจพูดขึ้นด้วยสีหน้าแววตาหม่นแสงลง
“ข้าจะเข้าไปดูเขาเอง