่งอยู่บนโต๊ะเงยหน้าขึ้นมอง “พี่ชาย นั่งลงเถอะ”เด็กหญิงพูดเชื้อเชิญอย่างเป็นปกติไร้อาการเขินอายมู่ตงทำเพียงมองนางอย่างกังขาพร้อมกับนั่งลงตามที่นางบอก “ท่านยืนมือออกมาให้ข้าตรวจชีพจรดูหน่อยเถอะ” จบคำของเด็กหญิง มู่ตงจึงได้ชำเลืองมองไปยังหมอชราเมื่อคนผู้นี้ไม่เอ่ยทักสิ่งใดดังนั้นเด็กชายจึงจำต้องยื่นมือขาวซีดของตนออกไปตรงหน้าของเด็กหญิงผู้อายุน้อยกว่าตนค่อนข้างมากหนิงอันหลับตาจับชีพจรของเขาก่อนจะพบว่าเดี๋ยวมันเต้นช้าอีกสักพักก็เต้นแรงก่อนที่จะกลับมาราบเรียบ‘กุยเฮยชีพจรของเขาเหตุใดเป็นแบบนี้เดี๋ยวแรงเดี๋ยวช้าสักพักก็ราบเรียบอีกเดี๋ยวก็สับสน’75
‘เจ้าลองเจาะเลือดของเขาออกมาให้ข้าดูสักหยด จากนั้นค่อยว่ากัน’ จบคำของเต่าตัวน้อย หนิงอันจึงได้หยิบเข็มเงินขึ้นมา“ข้าขอเจาะดูสีเลือดของท่านสักหยด ทนเจ็บหน่อยนะเจ้าคะ” จบคำของเจ้าตัวอันอันก็ใช้เข็มเจาะเข้าไปยังปลายนิ้วชี้ของเขากุยเฮยผู้ได้กลิ่นก็หดตัวเข้าไปในกระดองเพื่อใช้เวลาขบคิดในสิ่งที่ตนได้กลิ่น ‘เฮยเฮยเป็นยังไงบ้าง’ หนิงอันถามอย่างคาดหวังในคำตอบ‘เจ้าถามเขาตามนี้นะ’ เต่าตัวน้อยพูดขึ้น หยูหนิงอันตั้งใจฟังก่อนที่จะเริ่มถามเด็กชายทีละคำถามพร้อมกับจดทุกอย่างลงในกระดาษด้านหน้า “ท่านมีรอยปูดโปนคล้ายว่ามีตัวอะไรวิ่งอยู่ในร่างใช่หรือไม่” ซึ่งอันอันได้เห็นแล้วแม้จะแวบเดียวก็ตามคำถามแรกของเด็กหญิงทำให้เด็กชายผงะสีหน้าแสดงความตกใจส่วนอาจารย์ชรานั้นพอใจกับ