ดวันนี้เจ้าถึงอยู่บ้านได้” คำถามของบิดาทำให้คิ้วของเด็กหญิงกระตุกก่อนที่จะมีเสียงหัวเราะเล็ก ๆ ของกุยเฮยดังอยู่ในหัว‘เจ้าขำมากไหม’ คนตัวเล็กถามสหายนํ้าเสียงไม่พอใจ‘ข้าไม่หัวเราะแล้วก็ได้’ เต่าตัวน้อยตอบกลั้วเสียงหัวเราะ42
หนิงอันหาได้สนใจเต่าตัวเล็กอีก “ท่านพ่อ ข้ามีเรื่องอยากหารือกับท่านเจ้าค่ะ แต่เอาไว้หลังมื้อเย็นก็ได้” หยูเจียงเลิกคิ้วขึ้นมองหน้าของบุตรสาวอย่างหวั่นใจ ‘นางคงไม่ก่อเรื่องหรือชวนไปไหนอีกใช่ไหม’ เขาคิดแม้จะหวั่นใจแต่ในเมื่อนางเป็นบุตรของตน ดังนั้นเขาผู้เป็นพ่อจะปฏิเสธนางได้อย่างไรแม้ว่าแต่ละอย่างที่นางคิดจะไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลยก็ตาม “เอาตามที่เจ้าว่าก็แล้วกัน ถ้าอย่างนั้นเราก็ไปกินข้าวกันเถอะให้ใครไปตามย่ากับแม่ของเจ้าด้วย”ในเวลาเดียวกันที่ทางด้านเรือนรับรองของซุยเจิ้นเผิงชายชรากำลังจับแท่นพิมพ์ที่อยู่ในมือด้วยความสนใจโดยมีสายตาของเจิ้นซานกับฉู่เกอรวมถึงยงเผยนั่งมองเขาอยู่เนิ่นนาน“ท่านปู่ ท่านจะพูดอะไรก็รีบเถอะขอรับข้าหิวจะแย่อยู่แล้ว” นํ้าเสียงเริ่มแตกหนุ่มของผู้เป็นหลานเอ่ยทำลายความเงียบชายชรามองหน้าหลานชายก่อนที่เขาจะเริ่มเปิดปากเอ่ยถามผู้รู้จักกับเด็กหญิงตัวน้อยมาก่อนตนอย่างสงสัย “เจ้าสองคนรู้จักสิ่งที่อยู่ในมือข้าหรือไม่”43
ทั้งฉู่เก่อและยงเผยพากันส่ายหน้าไปมา “ฮ่า ๆ มีที่ข้ารู้มากกว่าเจ้าแล้ว” ซุยเจิ้นเผิงหัวเราะอย่างลืมตัวทำให้ฉู่เกอมุมปากกระตุก “เจ้าแกรีบพ