ูดไม่อย่างนั้นข้าจะไปแล้ว” ชายวัยเดียวกับผู้หัวเราะกล่าวขึ้นพร้อมกับทำท่าทางจะลุกขึ้นจากเก้าอี้“อายุก็ไม่ใช่น้อยแล้วอย่าใจร้อนนักเลย ข้าจะบอกเดี๋ยวนี้แหละ สิ่งนี้เรียกว่าแท่นพิมพ์มันใช้งานแบบนี้” ซุยเจิ้นเผิงพูดพร้อมกับสาธิตให้คนทั้งสองดู ดวงตาของฉู่เกอกับยงเผยเบิกกว้าง“สิ่งนี้เป็นเจ้าคิดขึ้นมาอย่างนั้นหรือ” ฉู่เกอย้อนถาม“ไม่ใช่ สิ่งนี้เป็นเจ้าตัวน้อยหยูหนิงอันคิดขึ้นมาพวกเจ้ามีความคิดเห็นอย่างไร” คำพูดนี้ทำให้ศิษย์หลานกับอาจารย์อานิ่งงัน“ศิษย์น้อยนางมีความสามารถคิดของแบบนี้ได้ด้วยอย่างนั้นหรือ เราควรทำอย่างไรกันดี ที่จะไม่ให้ผู้อื่นนำผลงานอันลํ้าค่าของนางไปแอบอ้าง” ฉู่เก่อเริ่มนั่งไม่ติดในขณะพูดความคิด44
ของเจ้าตัวออกมาอย่างเป็นห่วงผลประโยชน์ของศิษย์หลานตัวน้อย“เรื่องนี้ข้าคิดว่าควรเก็บเอาไว้เป็นความลับก่อนดีหรือไม่ขอรับ จากนั้นรอให้การเปลี่ยนแปลงที่จะมีถึงในไม่ช้ามาถึงก่อนท่านอาจารย์อากับอาจารย์ซุยค่อยยื่นเรื่องเสนอต่อเบื้องสูงเพื่อให้สิ่งประดิษฐ์นี้ได้ถูกจารึกชื่อเป็นของนาง” คำพูดของยงเผยทำให้เกิดความเงียบอันน่าอึดอัดขึ้นทันที“เจ้ามั่นใจใช่ไหมว่าจะเป็นท่านผู้นั้นที่สืบทอดต่อตำแหน่งอย่างแน่นอน” ซุยเจิ้นเผิงย้อนถาม“ข้ามั่นใจเต็มสิบส่วนขอรับ หากไม่ใช่เขาแล้วจะเป็นใครได้ ทั้งท่านและข้าต่างก็รู้กันดีว่าไม่มีใครเหมาะสมมากกว่านี้อีกแล้วหาไม่ หากเป็นคนอื่นพวกเราก็คงต้องอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่