หรับสอนให้กับผู้ที่มาเข้าเรียนในช่วงฤดูใบไม้ผลิโดยมีหลานชายของตนคอยช่วย
“พวกเจ้าก็มากันด้วยอย่างนั้นหรือ” ชายชราผู้กำลังนั่งคัดตำราบางส่วนเงยหน้าของตนขึ้นเมื่อรับรู้ได้ว่ามีคนเดินเข้ามาภายในห้อง29
“คารวะท่านอาจารย์ใหญ่ขอรับ” อานเจิง ยงฮ่าว มู่ตานรวมถึงเด็กในหมู่บ้านอีกสี่ห้าคนประสานมือค้อมตัวคารวะอาจารย์ชราอย่างสุภาพ
“พวกเจ้ามีพื้นฐานการเรียนมากันมากน้อยแค่ไหน เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ระหว่างที่ข้ากับศิษย์พี่ของเจ้าคัดตำราพวกเจ้าก็ฝึกคัดตัวอักษรเบื้องต้นไปก่อน” ซุยเจิ้นเผิงพูดขึ้นอย่างเมตตากับศิษย์ตัวน้อยเหล่านี้ที่อายุมากสุดก็เพียงสิบสามปี
“เจ้าค่ะ/ขอรับ” เด็กทั้งหญิงชายต่างตอบรับอย่างเชื่อฟัง
ทั้งลูกศิษย์และอาจารย์ต่างทำหน้าที่ของตนจนกระทั่งได้ยินเสียงของเจิ้นซาน “อ่า เมื่อยชะมัด” เด็กวัยสิบสี่พูดขึ้นพลางเหยียดแขนของตนออกทั้งสองข้าง
ทั้งอานเจิงและยงฮ่าวต่างลอบมองหน้ากัน ก่อนที่ยงฮ่าวจะเดินออกไปจากห้องโดยไม่ได้บอกใครสองเท้าของเด็กชายตัวน้อยเดินมายังห้องสมุด30
“คารวะท่านลุงรุ่ย” นํ้าเสียงเล็ก ๆ ส่งเสียงทักทายชายวัยกลางคนที่กำลังทำความสะอาดเก้าอี้“ฮ่าวเอ๋อร์ มาที่นี่เจ้าต้องการอะไรอย่างนั้นหรือ” รุ่ยเชาถามเขาอย่างอ่อนโยน “ข้าต้องการแท่นพิมพ์ที่น้องสาวทำไว้ขอรับ” ยงฮ่าวรีบบอกความต้องการออกไป“ได้สิ เจ้าต้องการนำไปที่ไหนข้าจะอุ้มไปให้มันค่อนข้างหนักเอาการ” รุ่ยเชาบอกเขาอย่างหวังดี“ไปห้องเรี