ยนขอรับ ท่านอาจารย์ใหญ่อยู่ที่นั่น กำลังนั่งคัดตำราอยู่” เด็กชายตัวน้อยตอบตามตรงชายวัยกลางคนพยักหน้ารับ หลังจากนั้นเขาก็เดินเข้าไปอุ้มกล่องที่บรรจุแท่นพิมพ์ตัวอักษรที่ถูกแกะสลักเอาไว้สองชายต่างวัยเดินกันเพียงครึ่งเค่อก็มาถึงห้องเรียนตามที่ยงฮ่าวบอก “คารวะอาจารย์ซุย” รุ่ยเชาค้อมตัวกล่าวทักทายผู้ที่กำลังนั่งตวัดปลายพู่กันลงบนกระดาษอย่างตั้งใจ31
รุ่ยเชาจึงได้แหงนหน้ามองเขาพร้อมกับพยักหน้ารับ “เจ้ามาหาข้าอย่างนั้นหรือ” ชายชราถามผู้มาเยือนอย่างสงสัย“หาเป็นเช่นนั้นไม่ ข้าน้อยเพียงแต่ช่วยยกกล่องแท่นพิมพ์มาให้ขอรับ” คำปฏิเสธของเขาทำให้ซุยเจิ้นเผิงรู้สึกฉงนอยู่ไม่น้อยกระนั้นเขาก็ยังไม่ได้เอ่ยถามออกไปเนื่องจากศิษย์ตัวน้อยได้เอ่ยออกมาขึ้นเสียก่อน “ท่านลุงรุ่ยขอรับวางไว้ตรงนี้ได้เลยข้าขอขอบพระคุณท่านมาก” อานเจิงลุกขึ้นยืนค้อมหัวให้เขา“ไม่เป็นไรถ้าอย่างนั้นลุงออกไปก่อนนะ หากพวกเจ้าต้องการอะไรอีกก็ไปบอกลุงก็แล้วกัน” ชายวัยกลางคนพูดอย่างเอ็นดูเด็กตัวน้อยในขณะวางกล่องแท่นพิมพ์ลงจากนั้นเขาจึงได้กล่าวลาผู้สูงวัยกว่าอีกครั้ง “ข้าขอตัวขอรับ” ซุยเจิ้นเผิงทำเพียงพยักหน้ารับให้เขาเมื่อได้แท่นพิมพ์มาแล้ว อานเจิง ยงฮ่าว ก็เปิดกล่องออกจากนั้นพวกเขาก็นำหมึกมาทายังแท่นพิมพ์ก่อนที่จะประทับตามที่ผู้เป็นน้องสอน32
การกระทำของสองเด็กชายต่างอยู่ภายใต้สายตาคนทั้งห้องแต่ผู้ที่ตกใจมากที่สุดก็คือปู่กับหลานที่มาจากเมือง