ศิษย์ของข้าเป็นตัวประหลาด
เช้าวันต่อมาอากาศเริ่มเย็นหมอกขาวปกคลุมไปทั่วทั้งหมู่บ้าน แม้ว่าเด็กทั้งสี่จะอยากขี้เกียจสักปานใด ก็ไม่อาจทำได้เนื่องจากเกรงใบหน้าดุ ๆ ของอาจารย์หนุ่ม
ทว่าเมื่อพวกเขาพบกับอาจารย์จึงได้กระโดดโลดเต้นอย่างดีใจ ที่วันนี้ไม่ต้องวิ่งขึ้นเขาเนื่องจากหมอกหนากระนั้นยังไม่ทันดีใจได้จนสุด สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปเนื่องการฝึกก็หาได้ถูกยกเลิกเพราะในตอนนี้ขาสั้น ๆ ของพวกเขากำลังมาฝึกวิ่งบนทางต่างระดับที่ยงเผยให้นายช่างทำขึ้น
เสียงตะโกนของเด็กทั้งหก ทำให้ฉู่เกอรู้สึกถึงความมีชีวิตแตกต่างจากการใช้ชีวิตอยู่บนภูเขาพิษอย่างสิ้นเชิงที่มีแต่ความเงียบเหงา เนื่องจากสิ่งมีชีวิตอื่นไม่กล้าเข้าไปอยู่นอกจากสัตว์มีพิษผ่านไปเพียงชั่วพริบตา569
การฝึกก็ผ่านไปจนเข้ากลางยามซื่อ แสงอาทิตย์จึงได้สาดส่องลงมาให้ได้เห็น เด็กทั้งหลายต่างมีใบหน้าแดงจากความหนาวเย็นกระนั้นภายใต้เสื้อผ้าของพวกเขาต่างเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ
ในขณะที่หนิงอันกำลังฝึกโหนเชือกอยู่นั้นก็มีผึ้งตัวหนึ่งบินเข้ามาใกล้หูของนาง “เด็กน้อยนํ้าในบ่อเหลือน้อยแล้วเจ้าช่วยไปเติมให้เราด้วย” เสียงหึ่ง ๆ ดังวนไปเวียนมา
กุยเฮยจึงต้องทำหน้าที่เป็นผู้แปลภาษาให้คู่หูได้เข้าใจแต่การมีผึ้งตัวเล็กมาบินรอบหัวของศิษย์ตัวน้อย ทำให้ฉู่เกอคิดจะกำจัดสัตว์มีพิษอันตรายนี้ เจ้าผึ้งน้อยเหมือนจะรับรู้ได้ถึงภัยอันตราย
ทำให้มันบินเข้าไปหลบอยู่ในอกเสื้อของอ