” หยูเจียงเล่าสิ่งที่ผู้เป็นบุตรเสนอโดยเพิ่มสิ่งที่ตนคิดว่ายังขาดไปบางอย่างให้สมบูรณ์มากขึ้น
“ข้าเห็นด้วยกับความคิดนี้ เจ้ารีบไปเรียกพวกเขาขึ้นมาจากนํ้าก่อน จากนั้นก็ไปติดต่อหาช่างไม้ เรื่องเงินไปเบิกกับข่ายซ่งได้เลย” หานกวงฮุยเห็นด้วยโดยไม่ต้องคิดให้มากความ
อันอันเมื่อเห็นว่าเรื่องต่อจากนี้ไม่น่าจะเกี่ยวกับตนแล้วจึงได้ส่งเสียงเรียกผู้เป็นพ่อที่ยังอุ้มตนอยู่ “ท่านพ่อ ปล่อยข้าลงเถอะเจ้าค่ะ”
หยูเจียงลังเล แต่เขาก็ยอมวางลูกน้อยลง “ท่านอาข้าขอฝากนางด้วย” ทว่าก่อนที่เขาจะไปทำงานตามคำสั่งชายหนุ่มก็ยังคงเอ่ยปากฝากลูกน้อยอย่างเป็นห่วง
“ได้ เจ้าไปทำงานเถอะ ทางนี้ไม่ต้องห่วงหรอก” อานไท่รับปากเขาพร้อมกับโบกมือไล่
คล้อยหลังผู้เป็นพ่อจากไป สี่เด็กน้อยกับหนึ่งผู้สูงวัยก็พากันเดินซื้อของตามที่เจ้าตัวเล็กอย่างได้ การจ่ายเงินของเด็กหญิงทำให้อานไท่ยกมือปาดเหงื่อบนหน้าผากอย่างเสียดาย469
“ท่านปู่เจ้าคะ ข้าจะเข้าไปในโรงหมอแห่งนี้” อันอันพูดขึ้นเมื่อคณะของตนมาหยุดอยู่หน้าโรงหมอถังรุ่ยจิน
“เจ้าไม่สบายหรือ” ชายวัยกลางคนถามนํ้าเสียงและใบหน้าส่อแววกังวล
“ไม่ใช่เจ้าค่ะ ท่านก้มหน้าลงมาหน่อย” อันอันปฏิเสธก่อนที่จะกวักมือให้ชายวัยกลางคนย่อตัวลง
ดวงตาของอานไท่เปล่งประกายเจิดจ้าทันที “เจ้าเดินเข้าไปดี ๆ นะ ปู่จะนั่งรอตรงนี้” อานไท่ยกมือลูบหัวของเด็กหญิงก่อนที่จะชี้นิ้วไปยังเก้าอี้ในห้องโถงของโรงหมอ
“เจ้าค่ะ ข้าไป