าอยู่ในมือของอันอัน‘ลองดูก็แล้วกันอย่างน้อยก็อาจจะเบี่ยงความสนใจของพวกมันได้บ้าง’ ในระหว่างที่เด็กหญิงพูดอยู่ก็ได้มีผึ้งน้อยตัวหนึ่งต่อยมายังหน้าผากของนางเข้าพอดีกับที่เด็กหญิงวางชามนํ้าลงกับพื้น “โอ๊ย!” อันอันร้องออกมาเสียงดังอย่างเจ็บปวด“น้องเล็ก! คุณหนู!” เด็กชายทั้งสองรีบพุ่งตัวมาดูน้องสาวอย่างเป็นห่วง มู่ตานเองก็อยากจะทำแบบนั้นเช่นกัน แต่ทว่าเนื่องจากขาของนางน่าจะเคล็ดทำให้ไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้อันอันนํ้าตาไหลอาบหน้าด้วยความเจ็บบริเวณหน้าผากของนางตอนนี้บวมปวดเป็นสีแดงอย่างเห็นได้ชัดเจน390
ส่วนฉงซานเองตามใบหน้าและลำตัวของมันที่เป็นจุดอ่อนก็เริ่มบวมไม่แพ้เด็กหญิงผู้เป็นสหายโดยไม่มีใครได้สังเกตเลยว่าเสียงหึ่ง ๆ ของผึ้งได้สงบลงไปนานแล้ว “น้องเล็กเจ็บมากไหม” อานเจิงถามออกมานํ้าตาคลอด้วยความสงสารผู้เป็นน้อง“พี่ขอโทษที่ปกป้องเจ้าไม่ดี” ยงฮ่าวโทษตัวเองเมื่อเห็นหน้าผากของน้องสาวบวมปูดจนน่ากลัว“ฮึก ๆ เจ็บเจ้าค่ะ เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของพวกท่านระ..เราไปดูพี่สาวมู่ตานกันเถอะ ฉงซานแล้วเจ้าละเจ็บมากไหม” อันอันแม้ไม่อยากจะร้องไห้กระนั้นอาจจะเป็นเพราะร่างนี้เป็นเด็กจึงทำให้นางมีอารมณ์อ่อนไหวค่อนข้างง่ายจึงได้พูดไปสะอื้นไปอย่างน่าสงสาร‘เด็กน้อยเจ้ารีบดื่มนํ้าตกสวรรค์ลงไปสิเผื่อจะช่วยได้ เอาให้เจ้าหมีโง่ตัวนั้นกินด้วยมันก็คงเจ็บปวดเช่นกัน’ กุยเฮยพูดออกมาด้วยความรู้สึกเห็นใจแกมสงสารทั้งหนึ่งเด็