กษ์สูงตระหง่านริมถนนก็ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันบังแสงแดด ในขณะที่ลมหายใจของเธอเย็นลงเล็กน้อย
เธอหุบร่ม ย่อเข่ากับพื้น ทำให้ร่างของเธอเปลี่ยนไปอย่างคาดไม่ถึง ในขณะที่หญิงสาวเดินออกไปไกลในไม่กี่ลมหายใจ
เธอพลันเห็นร่างมนุษย์แขวนอยู่บนกิ่งไม้จากระยะไกล
พลังปราณบนศีรษะแตกซ่าน และปราณหยางบนไหล่ก็เหลืออยู่ไม่มาก
เฝ่ยไป๋ลู่ก้าวไปข้างหน้าและพาชายคนนั้นลงจากกิ่งไม้
กานว่างขยับเปลือกตาเปิด เห็นใบหน้าที่เย็นชาของเฝ่ยไป๋ลู่จนงุนงงไปชั่วขณะ
ดวงอาทิตย์ส่องผ่านรอยแยกระหว่างใบไม้ ตกกระทบกับดวงตาที่ไม่ได้โฟกัสของเขา ทำให้กานว่างซึ่งประหนึ่งถูกต่อยกลับมามีสติอีกครั้ง
เขากำลังจะตาย และพยายามเค้นเสียงเตือนเฝ่ยไป๋ลู่ “เร็วเข้า…ไปจาก…ที่นี่…อันตราย”
“อย่าเพิ่งพูดอะไรเลย ขีวิตน้อย ๆ ของคุณกำลังอยู่ในอันตราย” เฝ่ยไป๋ลู่กล่าวขัดและถ่ายปราณวิญญาณที่เก็บไว้ในมือเข้าสู่ร่างกายของกานว่างเพื่อขจัดปราณหยินจากเขา
ร่างของกานว่างถูกเสียบทั้งเป็นบนกิ่งไม้ โดยมีรูขนาดใหญ่ที่หน้าอก ทะลุจากด้านหน้าไปด้านหลัง จนสามารถเห็นเนื้อและเลือดที่อยู่ข้างในเต้นตามจังหวะหัวใจ
แต่ที่เขาสามารถรอดมาจนถึงตอนนี้ เพราะตัวกานว่างเป็นคนมีดวงชะตาชีวิตเลวร้ายอยู่แล้ว
เฝ่ยไป๋ลู่กดจุดชีพจรสำคัญหลายจุดในร่างกายของเขา เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตของเขา
“ขอบคุณ…” กานว่างฟื้นเรี่ยวแรงขึ้น เขาสูดหายใจเข้า มองเฝ่ยไป๋ลู่ด้วยรอยยิ้มอันขมขื่น “