เคราแพะ คิ้วยาวระสองแก้มเดินลงมาแต่ยามใดมิอาจทราบ
ปวงชนรีบร้อนคารวะ
“คารวะใต้เท้าปรมาจารย์เซียน”
เซี่ยเปิ่นจวินพยักหน้ารับ
โจวหยวนรีบแจ้นไปหา ฟูมฟายฟ้องร้อง “ใต้เท้าปรมาจารย์เซียน ในที่สุดท่านก็ออกมา ปัวซือผู้นี้ไร้ผู้ใดในสายตา เย่อหยิ่งจองหอง ข้าแนะเขาแล้วว่าอย่าไปประลองกับศิษย์จากโถงศัสตราเสินเชวีย แต่เขาก็ไม่ฟังอะไรเลยขอรับ”
“ข้านำนามท่านมาอ้าง เขาก็ไม่แยแส ยามนี้เจ้านี่ทำงามหน้าเราสำนักร้อยศาสตรา ท่านอย่าปล่อยเขาไปนะขอรับ!”
ป้าบ!
เซี่ยเปิ่นจวินตบหน้าโจวหยวนจนบิดหมุนสิบกว่าตลบ หลุดจากบ่ากระเด็นลงพื้น
โจวหยวนดูงุนงง “ใต้เท้าปรมาจารย์เซียน ตบผู้น้อยทำไมกันขอรับ?”
“ทำไมจึงตบเจ้า? ศิษย์ของปรมาจารย์เซียนผู้นี้ ใช่ผู้ที่เจ้าจะเรียกชื่อก็ได้หรือ?”
สายตาของเซี่ยเปิ่นจวินเฉยชา ไร้อารมณ์ใด ๆ ในน ้าเสียง
“แต่ใต้เท้าปรมาจารย์เซียน เขาพ่ายการประลอง กระทบชื่อเสียงร้านเรา ภายหน้าจะสะเทือนถึงผลกำไรแน่นอนนะขอรับ!” ศีรษะของโจวหยวนผู้กองอยู่บนพื้นโวยวาย
เขาอยู่กับเซี่ยเปิ่นจวินมาเนิ่นนาน คุ้นชินกับนิสัยปรมาจารย์เซียนผู้นี้ดี อีกฝ่ายตระหนี่อย่างยิ่ง ที่รับศิษย์ก็แค่เพื่อหาลูกมือเท่านั้น
ยามนี้ ‘ปัวซือ’ นี่ก่อหายนะมหาศาล ปรมาจารย์เซียนไม่มีทางไร้โทสะ
เปรี้ยง!
เซี่ยเปิ่นจวินเตะศีรษะของโจวหยวนปลิวออกนอกร้าน
“เห็นแก่ที่เจ้าติดตามปรมาจารย์เซียนผู้นี้มาหลายปี ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า ศิษย์ของปรมาจารย์เซียนผู้นี