พนักงานหญิงในร้านสาขาสำนักร้อยศาสตราจ้องมองเจียงผิงอันอย่างเคืองแค้น
“เจ้าคนโอหังนี่รับคำท้าโดยไม่บอกกล่าว หากเขาพ่าย ธุรกิจร้านก็จะถูกกระทบ สะเทือนถึงกำไรของเราด้วย”
“บางทีเขาอาจพอมีฝีมือ หาไม่แล้ว คงไม่ซื่อบื้อรับคำท้าหรอกกระมัง”
“ฝีมือกับผีสิ หากมีฝีมือจริง มีหรือจะมาฝากตัวกับเจ้าของร้านเรา? คงไปสมัครคัดเลือกที่สำนักร้อยศาสตราตรง ๆ แล้ว”
เจ้าของร้านเซี่ยเปิ่นจวินเป็นคนเช่นไร เจ้าหน้าที่หญิงเหล่านี้ทราบกันดี ในหมู่นักหลอมอาวุธระดับเซียน ระดับของเซี่ยเปิ่นจวินสุดแสนธรรมดา ซ ้ายังชื่อเสียงฉาวโฉ่ นักหลอมอาวุธดี ๆ ที่ไหนก็ไม่มีทางมาเลือกเขาเป็นอาจารย์หรอก
นี่ยังหมายความด้วยว่า ผู้ที่เลือกกราบเขาเป็นอาจารย์ต้องไร้สามารถไม่ต่างกัน
ผู้จัดการร้านโจวหยวนชี้เจียงผิงอันพลางโพนทะนา “การประลองนี้เป็นการกระทำโดยพลการของเขา เขาเป็นคนยโสที่เพิ่งมากราบอาจารย์ได้ไม่กี่วัน ยังมิได้ถูกปรมาจารย์เซียนชี้นำอันใด ทักษะการหลอมอาวุธของเขาห่างชั้นกับร้านเรายิ่ง อย่าได้สนใจการประลองนี้!”
เพื่อมิให้เจียงผิงอันส่งผลกระทบถึงร้าน โจวหยวนจึงพยายามตัดสัมพันธ์กับเจียงผิงอันอย่างเต็มที่
หม่าคั่วในวันนี้เปลี่ยนมาใส่ชุดสีแดงเพลิง กล่าวกับเจียงผิงอันยิ้ม ๆ “มิคาดว่าเจ้าจะยังกล้ามา คิดว่าจะหนีไปแล้วเสียอีก”
“ศาสตราเซียนพร้อมหรือไม่?”
เจียงผิงอันไม่เคยชอบมากความ เขาสนใจเพียงแค่จะได้ศาสตราเซียนหรือไม่
“เจ้าคนโลภมาก คิดจร