ยงผิงอันไม่พูดอะไรมาก เขาเดินตรงเข้าไปในร้าน
โถงศัสตราเสินเชวียหรูหรากว่าร้านของเซี่ยเปิ่นจวิน แต่ก็มีลูกค้าไม่มากนัก
ระดับการหลอมอาวุธของ [โถงศัสตราเสินเชวีย] มิได้แย่ แต่สถานะนั้นต ่ากว่าสำนักร้อยศาสตราเล็กน้อย เทียบกันแล้ว คนยังเอนเอียงเชื่อถือสำนักร้อยศาสตรามากกว่า ลูกค้าจึงมีไม่มาก
เจียงผิงอันเข้าร้านไปก็พูดกับเจ้าหน้าที่หญิง “เรียกผู้จัดการมาที บอกว่าข้าเป็นศิษย์ของปรมาจารย์เซียนหลอมอาวุธจากสำนักร้อยศาสตราร้านตรงข้าม”
เป้าจือซึ่งตามหลังมาเบิกตากว้าง มิใช่ว่าเขามาตรวจสอบหรือ?ไฉนจึงบอกตัวตนกับอีกฝ่ายเสียเสร็จสรรพ? แล้วจะตรวจสอบเช่นไร? อีกฝ่ายไม่มีทางบอกตรง ๆ ว่าเป็นฝีมือตัวเองแน่
ยามพนักงานหญิงของโถงศัสตราเสินเชวียรู้ตัวตนของเจียงผิงอัน นางก็รีบขึ้นชั้นบนไปรายงาน
ไม่นานนัก ชายชุดน ้าเงินผู้หนึ่งก็เดินลงมา
ชายผู้นี้มีปราณกล้าแข็ง ร่างกายรายล้อมด้วยกฎเกณฑ์ธาตุไฟหนาแน่น ฝ่ามือหยาบกร้าน การฝึกฝนอยู่ในขั้นปลายระดับเขตแดนตัดสินจากบรรยากาศแล้วหาธรรมดาไม่
หม่าคั่วเดินเข้ามากล่าวกับเจียงผิงอันด้วยสีหน้าเรียบเฉย“สหายเต๋าจากสำนักร้อยศาสตรามีธุระใดที่นี่หรือ?”
เปรี้ยง!
เจียงผิงอันเตะโต๊ะที่ข้างตัว ฝุ่นเสี้ยนไม้กระจายคลุ้ง
เสียงดังสนั่นทำให้ปวงชนสะดุ้ง หันมามองเป็นตาเดียว
เจียงผิงอันกล่าวกับหม่าคั่วเสียงเย็น “เจ้าคิดว่าแผนแนบเนียนไร้ที่ติ เราจะหาไม่พบว่าเป็นเจ้าจริงหรือ? ในสายอาชีพเรา หากคิ