ดเรียก
ลูกค้า ก็ควรมุ่งหน้าพัฒนาระดับการหลอมอาวุธวิเศษ สร้างอาวุธวิเศษดี ๆ ออกมาสิ มิใช่ใช้ลูกไม้ซกมกแบบนี้!”
“หากมีหนหน้า อย่าโทษข้าที่เสียมารยาทแล้วกัน!”
เป้าจือด้านหลังเขาตะลึงงัน ปรากฏว่าอาจารย์ปัวรู้อยู่แล้วว่า[โถงศัสตราเสินเชวีย] ส่งคนมาใส่ร้ายร้านพวกเขา แต่อาจารย์ปัวรู้ได้อย่างไร?
หม่าคั่วหรี่ตา “มิคาดว่าเจ้าจะรู้อยู่แล้ว ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เรา…”
“ไม่รู้หรอก หลอกเจ้าเล่น” เจียงผิงอันตอบกลับเสียงเย็น “แต่โชคดีเหลือที่หลอกทีเดียวก็ได้ผลเลย มิต้องไปเตะโต๊ะให้เมื่อยขา”
เขาแค่มาลองเชิงดูเฉย ๆ หากร้านนี้ไม่ยอมรับ เขาก็จะไปร้านอื่นแต่ช่างโชคดี มาร้านแรกก็เจอเลย
หม่าคั่ว “…”
เป้าจือ “…”
แผนการชั่วร้ายอะไรเช่นนี้
“ลาก่อน” เจียงผิงอันกล่าวลาอย่างสุภาพ
เขารับหน้าที่เพียงตัวสืบหาตัวการ ต่อจากนี้ทำเช่นไร ไม่เกี่ยวกับเขาแล้ว
“รอเดี๋ยว!”
หม่าคั่วหน้าง ้าบูด การกระทำของอีกฝ่ายทำให้เขารู้สึกเหมือนสมองตนมีเท่าขี้เล็บ ต้องรักษาหน้าเอาไว้
“ในเมื่อเจ้าบอกว่าจะใช้อาวุธวิเศษดี ๆ มาเรียกลูกค้า กล้าให้นักหลอมอาวุธใต้ระดับเซียนดวลกับร้านเราหรือไม่? หากฝ่ายไหนแพ้ห้ามมาตั้งร้านแถวนี้”
ร้านของสำนักร้อยศาสตราตั้งตรงข้ามร้าน [โถงศัสตราเสินเชวีย] ของพวกเขาเช่นนี้ กระทบต่อยอดขายของร้าน ต้องขับอีกฝ่ายไปไกล ๆ กำไรร้านก็จะทวีคูณ
“ขออภัย ข้าไม่สนใจ และข้าไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจด้วย”
เจียงผิงอันคร้านเกินแข่งขันไร้ค