วามหมาย จึงหันกายเดินจากไป
“พวกเจ้าศิษย์สำนักร้อยศาสตราตาขาวเช่นนี้หมดหรือ? แค่ประลองยังไม่กล้า?” หม่าคั่วตะเบ็งเสียง คิดใช้วิธียั่วโมโหบังคับเจียงผิงอัน
เจียงผิงอันไม่สนใจคำยั่วยุอะไร ชื่อเสียงของสำนักร้อยศาสตราเกี่ยวอะไรกับเขาเจียงผิงอัน หากสำนักเซียนอวี่หวงเจอคำท้าทายเช่นนี้สิ อีกฝ่ายคงหัวหลุดจากบ่าไปแล้ว
เห็นเจียงผิงอันสุดแสนเรื่อยเฉื่อยสุขุม ดวงตาของเป้าจือก็ฉายประกายนับถือ ชายผู้นี้ดูไม่เคยเสียอารมณ์ มิขาดสติกับคำยั่วยุ สุขุมเยือกเย็นดุจเซียน น่านับถืออย่างยิ่ง
“หากเราพ่าย ข้าจะให้ศาสตราเซียนเจ้าหนึ่งชิ้น!” ในที่สุดหม่าคั่วก็แผดเสียง
ฝีเท้าของเจียงผิงอันพลันชะงัก เป้าจือเดินชนหลังเจียงผิงอันเข้าจัง ๆ
หากมีรางวัลมาพูดกัน เขาก็ไม่ไปแล้ว
“เวลากับสถานที่”
อยู่ว่าง ๆ พอดี ได้ศาสตราเซียนมาสักชิ้นก็ไม่เลว
“อีกห้าวัน ระหว่างร้านเรา” มุมปากหม่าคั่วยกยิ้ม ในที่สุดก็หลอกเจ้านี่ได้
เขาสืบมาแล้ว เจ้าของร้านตรงข้ามคือเซี่ยเปิ่นจวิน ปรมาจารย์เซียนนักหลอมอาวุธผู้ขึ้นชื่อเรื่องไม่เคยสอนอะไรดี ๆ กับศิษย์
สรุปคือ อีกฝ่ายหาศิษย์ดี ๆ ไม่ได้หรอก
เอาชนะอีกฝ่ายได้สบายมาก
ขอเพียงเอาชนะอีกฝ่ายได้ ต่อให้ไล่พวกเขาไปไม่ได้จริง ๆ ธุรกิจของอีกฝ่ายก็ยังถูกกระทบ เพิ่มชื่อเสียงให้ร้านตัวเองได้
“ทุกท่านโปรดเป็นพยาน! อีกห้าวันให้หลัง เรา [โถงศัสตราเสินเชวีย] จะแข่งขันสร้างอาวุธวิเศษกับสำนักร้อยศาสตรา ถึงยามนั้น