งภพเซียน ขนาดท่านพ่อยังเป็นเพียงแมลงน้อยต่อหน้าอีกฝ่าย คุกเข่าไปก็ไม่น่าอายหรอก” เติ้งเส้าสี่พูดเหมือนปลอบใจเติ้งหลวน ทว่าแท้จริงกำลังปลอบตัวเองอยู่
“อ้อ” เติ้งหลวนคุกเข่าโขกหัว ปราดเข้าไปด้วยความเร็วสูง
ทว่า เขาเพิ่งเดินได้ไม่กี่ก้าว แรงกดดันชวนขนลุกก็บี้ตัวเขาแบนแนบพื้น โลหิตหลากจากมุมปาก
“ข้าก็คุกเข่าโขกหัวนะ ไหงมีแรงกดดันได้!”
“เคร่งขรึมจริงจังหน่อยสิ” เติ้งเส้าสี่เตือนอย่างอ่อนใจ
เติ้งหลวนรีบปรับอารมณ์ หัวใจเปี่ยมความครั่นคร้ามยำเกรงแล้วแรงกดดันบนตัวเขาก็สลายไปทันที
แค่คุกเข่านั้นไม่พอ ต้องแสดงความนับถือด้วย
ผู้คนทยอยกันคุกเข่า ท่าทีฮึดฮัดก่อนเปลี่ยนสีหน้าคุกเข่านั้นเพื่อรักษาศักดิ์ศรีสุดท้าย
ท้ายที่สุด ก็เหลือเพียงอัจฉริยะระดับปีศาจน้อยคนเท่านั้นที่ยังไม่คุกเข่า คนเหล่านี้ให้เกียรติตนเองสูงมาก มิเคยต้องลดศักดิ์ศรีอับอาย การคุกเข่าจึงยากสำหรับพวกเขากว่าใคร ๆ
เติ้งเส้าสี่หันไปถามเจียงผิงอัน “สหายเต๋าปัว เจ้าจะไปต่อหรือไม่?”
ต่อหน้าคนนอก เขายังเรียกเจียงผิงอันว่าสหายเต๋าปัว
อันที่จริง เขากำลังถามเจียงผิงอันว่าจะคุกเข่าหรือไม่ สำหรับอัจฉริยะสักคน การคุกเข่าให้ผู้อื่นนั้นยากเย็น แถมอีกฝ่ายยังเป็นเผ่าปีศาจอีกต่างหาก
“ข้าต้องไปแน่อยู่แล้ว ข้าต้องได้ ‘วิชาลวงสวรรค์’ มา” ดวงตาของเจียงผิงอันหนักแน่น
“มีแต่ต้องเรียนจากพวกเขาแล้ว…”
เติ้งเส้าสี่ยังพูดไม่ทันจบ เขาก็เห็นเจียงผิงอันเดินตรงเข