้าไปโดยไม่คุกเข่า
เติ้งเส้าสี่สีหน้าเปลี่ยน “ไม่ได้นะ! เดี๋ยวจะ…”
ขณะที่เขาจะเกลี้ยกล่อม จู่ ๆ ก็นึกอะไรได้แล้วหุบปากไปแต่โดยดี
แรงกดดันที่นี่พุ่งเป้าที่ร่างกายและวิญญาณ ยิ่งขอบเขตสูง แรงกดดันยิ่งแข็งแกร่ง
สำหรับผู้อื่น แรงกดดันที่นี่น่าสะพรึงกลัวยิ่ง แต่สำหรับคนผู้นี้ซึ่งอยู่ในจุดสูงสุดของขั้นต้นระดับเขตแดน มีความเชื่อมั่นไร้สั่นคลอนแรงกดดันเช่นนี้ดูไม่เหมือนจะเป็นปัญหาใหญ่โตอะไร
ผู้คุกเข่ากราบกรานตรงหน้าสังเกตเห็นว่าจู่ ๆ ข้างตัวก็มีเท้าคู่หนึ่งปรากฏ ทำให้พวกเขาตะลึงไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้ามองอย่างเผลอตัว
“ใครกันกล้าไม่หมอบกราบ อยากตายหรือไร?”
“ไม่ดูกาลเทศะแบบนี้ อีกไม่นานได้กลายเป็นหมอกโลหิตแน่ ๆ”
ปวงชนมองเจียงผิงอันเดินต่อไป สีหน้าต่างผู้ล้วนดำคล ้า
ยามมีผู้ไม่คุกเข่ายามอีกคนคุกเข่า ผู้คุกเข่าจะกลายเป็นคนประหลาด แต่ยามทุกคนคุกเข่ากันหมด มีผู้ไม่คุกเข่าอยู่คนเดียว นั่นก็จะกลายเป็นกิริยานอกคอกเช่นกัน
ทุกคนมองเจียงผิงอัน รอให้ร่างของเขาระเบิดแหลก
ทว่า เขายังเดินต่อไป และทุกสายตาก็ค่อย ๆ เบิกกว้าง
“เกิดอะไรขึ้น? ไฉนเขาจึงยังไม่ร่างแหลก?”
“แรงกดดันหายไปแล้วหรือ?”
ใครบางคนคิดว่าแรงกดดันหายไปแล้ว จึงลุกขึ้นทันที แต่ทันทีที่ลุกขึ้น แรงกดดันมหาศาลก็ขยี้เข้าใส่ ร่างของพวกเขาร่วงกระแทกพื้นดังสนั่น ปากกระอักเลือดย้อมพื้น
สีหน้าของคนเหล่านั้นสับสนงุนงง
“ทำไมกัน? ไฉนยามข้าลุกยืนถึงมีแรงกดดั