ดถึงเซียนสวรรค์”
เจียงผิงอันเข้าใจโลกหล้าชัดเจน ต่อหน้าคณะยอดฝีมือระดับนั้นเขาไม่มีแม้แต่คุณสมบัติจะเกิดโทสะด้วยซ ้า
“เฮ้อ หากข้าฉวยรากฐานเทพโบราณอันสมบูรณ์นั่นได้คงดีสิมันจะดีกว่าเศษรากฐานสัตว์ร้ายจักรวาลนั่นเยอะแยะเลย”
เหมียวเสียนึกถึงรากฐานเทพโบราณที่เคยพบในจุลภพเทพโบราณแล้วอดรำพึงมิได้
เทพโบราณกลืนกินพลังของโลกใบน้อยทั้งใบ รากฐานที่เกิดต้องแข็งแกร่งสุดขั้วแน่แท้ เทียบกับรากฐานเซียนสวรรค์ยังได้ พอเทียบกับรากฐานสัตว์ร้ายจักรวาลแล้ว อย่างหลังเล็กจ้อยสิ้นดี
น่าเสียดายที่รากฐานเทพโบราณหนีไปได้
เจียงผิงอันเห็นสีหน้าเจ็บใจของเหมียวเสีย ก็พูดขึ้นมา “รากฐานเทพโบราณอยู่กับข้าแล้ว”
“อืม เช่นนั้นก็ดี… อะไรนะ! เจ้าว่าอะไรนะ!”
เหมียวเสียพลันขึ้นเสียงโวย ดวงตาเบิกกว้าง คนผ่านไปมาสะดุ้งโหยง
เหมียวเสียคว้าเจียงผิงอัน ไหวกายเข้าป่าอันห่างไกลจากที่เดิมหมื่นลี้ เนินอกมหึมาสะท้านรุนแรง “เจ้าบื้อ เจ้า… พูดจริงหรือ?”
เจียงผิงอันพยักหน้า “มันอยู่กับข้า เจ้าเฒ่าชิวซื่อผิงให้ข้ากับมือ”
แล้วเขาก็เล่าเรื่องที่เกิดในจุลภพเทพโบราณให้นางฟัง
“มิน่าเล่า! ฮ่า ๆ มิน่าเจ้าเฒ่าชิวซื่อผิงถึงเกลียดแค้นเจ้านัก! ฮ่าๆ!” เหมียวเสียพูดปนหัวเราะเหมือนคนบ้า
รากฐานเทพโบราณที่หายไป ปรากฏว่าอยู่ในมือเจียงผิงอัน!
เจ้าบื้อตัวเหม็นนี่โชคดีชะมัดเลย
“รากฐานสัตว์ร้ายจักรวาลโหลยโท่ยอะไร ไม่อยู่ในสายตาแม่หรอกย่ะ… แต่ถึงเช่นนั้น ข้าก็