วามเสียหายบางส่วนให้กับเขา เขาคงจะตายไปนานแล้ว
เฝ่ยไป๋ลู่จับวิญญาณชั่วร้ายอันแปลกประหลาดในตัวเขาได้
เธอเปิดคอเสื้อของหลินเจี้ยนลี่ เผยเส้นสีน้ำเงินเข้มบนคอของเขา
ลายเส้นไม่สม่ำเสมอและพร่ามัว
“รอยสักเหรอ ไม่สิ น่าจะเป็นรอยอะไรสักอย่าง…”
เฝ่ยไป๋ลู่พูดกับตัวเอง เธอไม่สามารถบอกได้ว่าเครื่องหมายนั้นคืออะไร ทำได้แค่จดจำรูปร่างไว้ก่อนเท่านั้น
เมื่อเงยหน้ามอง ก็เห็นรอยริมฝีปากสีแดงเร่าร้อนบนคอของหลินเจี้ยนลี่ เฝ่ยไป๋ลู่พลันผละมือด้วยความรังเกียจและพึมพำว่า “เกือบตายอยู่แล้ว ยังมัวคิดถึงผู้หญิงอยู่อีก…”
“นักพรตชั่ว กล้าดียังไงถึงทำเรื่องชั่วร้ายแบบนี้”
ทันใดนั้นเสียงคำรามอันดังสนั่นของชายหนุ่มก็ดังขึ้น
ยันต์ที่เต็มไปด้วยพลังปราณทะยานไปทางเฝ่ยไป๋ลู่
เฝ่ยไป๋ลู่ตอบสนองอย่างรวดเร็ว เธอใช้เท้าเตะร่างของหลินเจี้ยนลี่ให้หลบไป
ยันต์กระแทกพื้นส่งเสียงกรอบแกรบและทิ้งหลุมดำไว้
เฝ่ยไป๋ลู่จ้องมองผู้มาเยือนด้วยดวงตาหยินหยาง “ยังไม่ทันรู้เรื่องอะไร ก็ลงมือไม่รู้จักหนักเบา นี่คือสิ่งที่นักพรตผู้มีคุณธรรมทำกันเหรอ”
ถ้าเธอไม่ถีบหลินเจี้ยนลี่ให้หลบ ตอนนี้ยันต์คงโจมตีโดนเขาไปแล้ว
คนธรรมดาจะทนต่อการโจมตีนี้ได้อย่างไร
การไม่ยี่หระและปฏิบัติต่อชีวิตมนุษย์อย่างไร้ค่า แตกต่างกับวิถีของนักพรตเต๋าที่ชั่วร้ายอย่างไร
“พวกเราเป็นนักพรตผู้ชอบธรรมเหรอ” เจียงชิงหยิบยันต์แผ่นใหม่ออกมาจากแขนเสื้อคลุมของเขา สายตาเต็มไปด้วยควา