เจียงผิงอันจ่ำยเงินมัดจ ำแล้วลงนำมในสัญญำ
“ต้องรอนำนเพียงไรกว่ำผลเต๋ำวิญญำณเซียนจะมำถึง?”
“รำวปีหนึ่งแหละ”
พั่งซูผู้มิได้ก ำไรดูเกียจคร้ำน ตอบอย่ำงสุดเหนื่อยหน่ำย
“นำนเพียงนั้นเลยหรือ?” เจียงผิงอันขมวดคิ้ว
“นี่นำนหรือ? มันถูกส่งจำกอีกแดนดินถึงร้ำน นี่นับว่ำเร็วมำกแล้วนะ เจ้ำคิดว่ำระยะทำงมันแค่จำกกระท่อมบ้ำนเจ้ำถึงครัว แค่หมุนตัวก็ถึงแล้วหรือไร?”
พั่งซูช ำเลืองเจียงผิงอัน แต่ดวงตำของเขำหยีเล็กจนบอกมิได้ว่ำเขำกลอกตำค้อนอีกฝ่ำยอยู่
เจียงผิงอันไม่พูดอะไรอีก เขำจำกไปพร้อมสัญญำ รอจนปีหน้ำค่อยมำรับ
พั่งซูขุ่นเคืองใจยิ่ง หนก่อนที่เขำขำยโอสถวิญญำณสุญญะและโอสถเทวทัณฑ์ชุบลักษณ์ให้อีกฝ่ำย เขำกอบโกยก ำไรได้มำกมำย มิคำดว่ำหนนี้อีกฝ่ำยจะเจ้ำเล่ห์นัก…
ทันใดนั้น พั่งซูก็นึกอะไรได้ ดวงตำขนำดเท่ำเมล็ดถั่วของเขำพลันเบิกโพลง
“แม่เจ้ำโว้ย! เขำใช้โอสถเทวทัณฑ์ชุบลักษณ์แต่ยังรอด! เขำรอดทัณฑ์อัสนีมำแล้วหรือ?”
ผู้ฝึกตนมำกพรสวรรค์ตกตำยด้วยทัณฑ์อัสนีนี้มำมำกมำย แต่เจ้ำเด็กนี่กลับรอดมำได้ส ำเร็จ!
แล้วยำมนี้ เจ้ำเด็กนี่มีรำกเซียนแปดหรือเก้ำดำรำแล้วล่ะนี่?
พั่งซูตกใจ กลับไปสืบหำว่ำคนผู้นี้เป็นใคร ไฉนจึงโหดนัก
เจียงผิงอันกับเหมียวเสียเดินกลับส ำนัก
“ศิษย์น้อง ข้ำจะไปส ำนักศึกษำชำงจือแล้วนะ”
เหมียวเสียเสียรอยยิ้มกว้ำงเมื่อครู่ไป รูปลักษณ์ค่อยดูเป็นสตรีขึ้นมำหน่อย เจือด้วยเสน่ห์อันยำกบรรยำย
เจียงผิงอันทรำบจำกเหมียวเ