สมรภูมิ ใบหน้าของเคอเมิ่งบูดบึ้ง จับจ้องเจียงผิงอัน “ที่แท้การสัมผัสตัวเจ้าก็ถูกดูดพลังได้เหมือนกัน พรสวรรค์แข็งแกร่งมากนัก”
“ปราณเซียนในตัวเคอเหมิ่งถึงกับหายไปหนึ่งส่วน!”
ยามนี้เอง ปวงชนจึงตระหนักว่าสองฝ่ายเพิ่งประมือเพียงประเดี๋ยวแต่ปราณเซียนของเคอเหมิ่งกลับหายไปหนึ่งส่วน
หากเป็นปกติ สู้กันหนึ่งวัน ก็ใช่ว่าปราณเซียนจะหายครบส่วน
นอกจากนั้น ปราณเซียนทั่วทั้งลานประลองยังถูกไป๋ฟานดูดกลืนไปหมดแล้ว เคอเหมิ่งมิอาจเติมปราณเซียนได้เลยหากไม่กินโอสถ
แต่หากใช้โอสถ ก็จะเท่ากับฝืนกฎการประลอง
พลังกลืนกินนี้น่ากลัวนัก
ยามนี้เอง ปวงชนจึงตระหนักอย่างถ่องแท้ว่าพลังกลืนกินของ‘ไป๋ฟาน’ น่ากลัวเพียงไร
“แค่นั้นเองหรือ? เป็นถึงอันดับเก้า ควรมีพลังต่อสู้มากกว่านี้เยอะสิ”
เจียงผิงอันกล่าวเบา ๆ เขายืดตัวตรง แล้วบาดแผลบนตัวก็เยียวยาอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจการสิ้นเปลืองปราณเซียน
เคอเหมิ่งหรี่ตา “เดี๋ยวก็รู้ว่าเจ้าดูดพลังไวกว่า หรือข้าฆ่าเจ้าไวกว่า!”
เขารู้ว่าหากยังเปลืองพลังไปเช่นนี้ ปราณเซียนของเขาจะถูกเจียงผิงอันสูบไปหมดแน่
เขาเร่งพลังต่อสู้ถึงขีดสุดโดยพลัน เดิมพันว่าจะพิชิตอีกฝ่ายได้ก่อน
เขาโคจรพลังทั่วกายถึงขีดสุด ภาพฉายสัตว์เทพทั้งสามล้วนผสานเข้าในกาย
เพียงพริบตา เคอเหมิ่งก็กลายสภาพเป็นยักษ์ใหญ่สูงยี่สิบลี้ มีปีกสีดำดุจหมึกย้อมกางออกเบื้องหลัง ร่างปกคลุมด้วยเกล็ดมังกร
นี่คือลักษณ์อันแข็งแกร่งที่สุดของเขา
ใ