งตาของเขาก็ทอประกายเรืองวาบ
แม้ครั้งนี้เขาจะเผชิญวิกฤติร้ายแรง ผลที่ได้ก็ยังมหาศาลเช่นกัน
เขาได้เขตแดนกลืนกินควบแน่นห้าชิ้นอย่างไม่ต้องเสียเงิน บรรลุเขตแดนกลืนกิน และใช้ปราณเซียนประหยัดทรัพยากรได้มากมาย
ท้ายที่สุด เขาก็ได้ยอดสมบัติมาชิ้นหนึ่ง
ถึงเวลาหนีแล้ว
เจียงผิงอันมิได้กระเหี้ยนกระหือรืออยากรีบหนี เขารีบเร่งเดินทางเยี่ยงผู้ฝึกตนทั่วไปเพื่อมิให้ถูกจับได้
ขณะที่เจียงผิงอันกำลังเดินไปยังค่ายกลเคลื่อนย้ายนอกสำนักเซียนเทียนหลาน บทสนทนาระหว่างผู้ฝึกตนสองคนข้างตัวเขาก็ดึงความสนใจของเขาไป
“เฮ้อ ข้าแพ้แล้ว ไม่มีโอกาสไปปราชันแย่งผลเต๋าวิญญาณเซียนที่ดินแดนลับจันทร์มายาแล้ว”
“เจ้าท้าทายอัจฉริยะเหล่านั้น ไปเอาความกล้ามาแต่ใด? สมองโดนคู่บำเพ็ญหนีบบี้แล้วหรือ?”
“มิใช่ได้ยินว่ามีรางวัลมากมายหรือ หากได้อันดับหนึ่งในดินแดนลับจันทร์มายาก็มีผลเต๋าวิญญาณเซียนผลหนึ่งเป็นรางวัล ด้วยผลไม้นี้ โอกาสเป็นเซียนในภายหน้าก็จะสูงนัก”
“ผู้ฝึกตนทั่วไปอย่างเจ้ายังกล้าคิดอยากได้ผลเต๋าวิญญาณเซียน? น ้าหน้าอย่างเรา ๆ มีคุณสมบัติอะไร?”
เมื่อได้ยินคำว่า ‘ผลเต๋าวิญญาณเซียน’ โผล่มาในบทสนทนาระหว่างทั้งคู่ เจียงผิงอันก็ชะเง้อเข้าแทรกทันที
“ขอรบกวนถาม สหายเต๋าทั้งสองพูดเรื่องใดกันอยู่หรือ?”
“มันเกี่ยวกงการอะไรกับเจ้า…”
ผู้ฝึกตนร่างท้วมกำลังจะก่นด่า แต่ผู้ฝึกตนร่างผอมสูงข้างตัวเขารีบปิดปากอีกฝ่ายไว้แล้วยิ้มให้เจียงผิงอัน
“