ดินออกจำกโถงคุมกฎมำพบเข้ำพอดี
เหมียวเสียผุดลุกเฉียบพลัน จ้องมองชิวซื่อผิงอย่ำงเคืองแค้น“เจ้ำฆ่ำเจียงผิงอันหรือไม่!”
“บอกแล้วนี่ จะพูดอะไรก็ต้องมีหลักฐำน ข้ำมิได้ฆ่ำเจียงผิงอันและมิได้อยำกให้เขำตำย”
ชิวซื่อผิงมิได้โกหก เขำมิได้ฆ่ำเจียงผิงอันและไม่ได้อยำกให้เจียงผิงอันตำยจริง ๆ กระทั่งหวังว่ำเจียงผิงอันจะยังอยู่ดีด้วยซ ้ำไป
ไม่นำนมำนี้ ชิวซื่อผิงได้หนึ่งข้อควำมอันสะท้ำนสะเทือนได้ทั้งแดนจันทร์มำยำ
ซำกเทพโบรำณก่อรำกฐำนออกมำแล้วหนีไป
เมื่อทรำบรูปลักษณ์ของรำกฐำนเทพโบรำณ ชิวซื่อผิงก็สุดเสียใจจนแทบตีอกชกหัวตัวเอง
เพรำะเขำเคยเห็นมันมำก่อน!
กระทั่งเคยถือมันไว้ในมือ
ยำมนั้น เขำคิดว่ำรำกฐำนเทพโบรำณเป็นศิลำธรรมดำ และให้มันกับ ‘ปัวซือ’ หรือก็คือร่ำงอ ำพรำงตนของเจียงผิงอัน
เมื่อนึกถึงตรงนี้ ชิวซื่อผิงก็แทบสติแตก
นั่นคือรำกฐำนเทพโบรำณ รำกฐำนของยอดฝีมือผู้หนึ่งซึ่งกลืนกินพลังของหนึ่งโลกใบน้อย
หำกได้มันมำหล่อหลอมเป็นของตน ก็จะได้พลังของเทพโบรำณมำครอง อย่ำงน้อย ๆ ภำยหน้ำก็จะบรรลุเป็นเซียนสวรรค์ได้!
เขำมำจำกภพล่ำง พรสวรรค์มีจ ำกัด มำถึงขอบเขตเซียนมนุษย์ได้ก็แทบจะเต็มกลืนแล้ว
และรำกฐำนเทพโบรำณนี้ก็สำมำรถท ำให้เขำทะลวงขีดจ ำกัดได้
เหตุที่เขำแน่ใจว่ำนั่นคือรำกฐำนเทพโบรำณก็เพรำะ นอกจำกค ำอธิบำยรูปลักษณ์ สิ่งนั้นยังให้ควำมรู้สึกอันเกินบรรยำย แต่ขณะนั้นเขำมิได้ตรวจสอบมันอย่ำงถี่ถ้วน
ยำมแรกที่เขำทรำบข่ำว เขำ