ากระเพื่อมอยู่
“นี่อะไรกัน?”
กระทั่งผู้รอบรู้อย่างถานกว่างโซ่วยังมิอาจประจักษ์ว่าคือสิ่งใดเขาสัมผัสได้เพียงว่าพลังอันแผ่จากดวงแสงสีขาวนี้แข็งแกร่งยิ่ง
“ผสานปราณเซียนของเจ้าเข้าไปในดวงแสงสีขาว”
ถานกว่างโซ่วเอ่ยปาก
“ขอรับอาจารย์”
เจียงผิงอันจ่ายปราณเซียนเข้าไปในดวงแสงสีขาวตามคำสั่งถานกว่างโซ่ว
เมื่อจ่ายปราณเซียนเข้าไป ดวงแสงสีขาวก็ยิ่งทวีขนาดใหญ่โตพลังที่แผ่จากมันแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อดวงแสงสีขาวขยายขนาดจนสัมผัสถูกตำหนัก ตำหนักทั้งหลังก็แตกสลายทันที
อึดใจต่อมา ดวงแสงสีขาวอันน่าสะพรึงกลัวซึ่งมีขนาดสองลี้ก็ปรากฏขึ้นบนฟ้า พลังอันแข็งกล้าจากมันทำให้สุญตารอบข้างสั่นสะท้านรุนแรง
ถานกว่างโซ่วตะโกนเรียกศิษย์ผู้ฝึกฝนอยู่มิห่างนัก “เสียวอู่ มานี่”
ผู้ฝึกตนชายคนหนึ่งซึ่งฝึกฝนอยู่หยุดฝึกฝนทันที เขาเหินมากุมกำปั้นคารวะตรงหน้าถานกว่างโซ่วอย่างนอบน้อม “อาจารย์เรียกเสียวอู่มาทำไมหรือขอรับ?”
“ปลดปล่อยพลังป้องกันเต็มกำลัง เดี๋ยวนี้เลย” ถานกว่างโซ่วกล่าว
“ขอรับอาจารย์”
ผู้ฝึกตนชายซึ่งถูกเรียกว่าเสียวอู่ปลดปล่อยเขตแดนพสุธา ใช้วิชาป้องกันระดับเซียน กำแพงพสุธาสิบชั้นผุดขึ้นจากพื้นขวางตรงหน้า
ถานกว่างโซ่วกล่าวกับเจียงผิงอัน “มิต้องใช้วิชาใด โยนดวงแสงนั้นไปก็พอ”
“ขอรับอาจารย์”
ใบหน้าของเจียงผิงอันไร้อารมณ์ ยกมือโยนดวงแสงสีขาวไปหา
ดวงแสงสีขาวปะทะกับกำแพงพสุธาเสียงดังสนั่น
เปรี้ยง! ตู้ม! ตู้ม!
เสียงระเบิ