รขึ้นกัน?
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?
ทันใดนั้น เฉินเหว่ยเย่พลันเบิกตากว้าง สีหน้าดูตกตะลึง เขาอยากจะดิ้นแต่พบว่าไร้เรี่ยวแรงและไม่สามารถขยับตัวได้ ทำได้เพียงมองชายหนุ่มปริศนาตรงหน้ากับลูกชายที่ชะโงกหน้าออกมาจากด้านหลัง
“เถ้าแก่เฉิน ถ้าผมให้คุณกลับมาขยับตัวได้ เราจะคุยกันดี ๆ ไหมครับ?” โจวอี้ถาม
“ได้สิ!”
โจวอี้จึงคลายพลังดวงดาวและมองอีกฝ่ายที่กลับมาเคลื่อนไหวได้ ก่อนจะเอ่ยอย่างใจเย็น “ขอแนะนำตัวเองนะครับ ผมสกุลโจว ชื่อโจวอี้ เป็นหมอที่โรงพยาบาลแพทย์แผนจีนจินหลิง แล้วก็ร่วมหุ้นทำธุรกิจกับเพื่อนด้วยครับ”
“เป็นผู้ฝึกยุทธ์เหรอ?” เฉินเหว่ยเย่มองอีกฝ่ายอย่างระแวดระวังขณะถาม
“ครับ!”
“อยู่สำนักไหน?” อีกฝ่ายถามขึ้นอีกครั้ง
“สำนักโอสถ!”
“สำนักโอสถเหรอ? มาจากแปดตระกูลใหญ่ของสำนักโอสถเหรอ?”
เฉินเหว่ยเย่มีสีหน้าเปลี่ยนไปทันทีและเงียบไปมากกว่าสิบวินาที ก่อนจะยกมือขึ้นชี้บางอย่างในคลังสมบัติของตน
“ถ้างั้นคุณโจวชอบชิ้นไหนก็เอาไปได้เลย แต่อย่าทำอันตรายลูกชายผมก็พอ”
“เข้าใจผิดแล้วครับ ผมไม่ได้ข่มขู่เฉินเฉิน แล้วก็ไม่ได้อยากขโมยของของคุณด้วย เขาชวนผมมาดูของเฉย ๆ แต่ผมสนใจแค่อย่างเดียว ก็คือเตาหลอมในมือผมนี้ หวังว่าคุณจะขายให้ผมได้ ส่วนราคาก็เสนอมาได้เลย แพงแค่ไหนผมก็จะโอนให้ทันที” โจวอี้บอก
“คุณ…”
“พ่อ! จะเรียกเงินจากอาจารย์ไม่ได้นะ มันเป็นของขวัญค่าครูที่ผมให้” เฉินเฉินกระโจนมาจากด้านหลังโจวอี้พร้อมตะโก