ม ถึงขั้นเริ่มใช้เงินเป็นเกณฑ์ในการตัดสินคน
ทว่าในตอนนี้!
เขามองโจวอี้ด้วยความรู้สึกชื่นชมและเคารพ
ใช่แล้ว! เคารพ
เขาเคยแค่นับถือโจวอี้ และหากจะเคารพก็คงไม่มากเกินไปนัก
ตอนนี้เมื่อโจวอี้เห็นสมบัติล้ำค่ามากมาย เจ้าตัวกลับไม่สนใจแต่อย่างใด ราวกับมีภูเขาทองตรงหน้าแต่กลับไม่แยแส
ทันใดนั้นเอง!
โจวอี้พลันชะงักฝีเท้า สีหน้าดูตกใจ
ชั่วขณะนั้นเขาเห็นชายวัยกลางคนก้าวเข้ามา และในมือถือ…พลั่วเหล็กเอาไว้
“แย่แล้ว! พ่อผมกลับมาแล้ว อาจารย์! หนีเร็ว!” เฉินเฉินวิ่งไปข้าง ๆ โจวอี้ เอื้อมมือคว้าแขนโจวอี้ตั้งท่าจะรั้งกลับไป เตรียมที่จะพาหลบหนีไปอีกทาง
โจวอี้ไม่ขยับและส่งสายตาคล้ายกับจะบอกว่าไม่ให้อีกฝ่ายต้องเป็นกังวล
“ไอ้ลูกเวร! ไอ้เด็กนอกคอก เฉินเฉิน แกหาเรื่องตายหรือไง ถ้าไม่ได้ฆ่าแกวันนี้ฉันยอมเปลี่ยนนามสกุลเลย แกมันหัวขโมย ออกไปจากที่นี่ซะ!”
เฉินเหว่ยเย่ร้องคำรามเกรี้ยวกราดขณะเดินปึงปังเข้ามา
“ผมไม่ใช่หัวขโมย แค่กำลังเลือกของขวัญเพื่อเป็นค่าครูให้ท่านอาจารย์!”
เฉินเฉินรีบหลบไปด้านหลังโจวอี้และตะโกนบอกด้วยสีหน้าดื้อดึง
“ค่าครูให้ปู่แกสิ!” เฉินเหว่ยเย่สาวเท้ามาหาโจวอี้ แต่ยังมีสติพอจะไม่โยนพลั่วเหล็กใส่โจวอี้
“เอาล่ะ ถ้าคุณอยากสั่งสอนลูกชายก็รอให้ผมไปก่อนค่อยอบรมสั่งสอนเขา!” โจวอี้ค่อย ๆ ยกมือขวาขึ้น พลังดวงดาวพลันโอบรัดรอบตัวเฉินเหว่ยเย่และยกร่างนั้นขึ้น ก่อนจะส่งร่างนั้นลอยห่างไปสามสี่เมตร
เกิดอะไ