เปี่ยมความกลัวเกรงต่อเขา มีหรือจะกล้าดูหมิ่นเขาเช่นเจียงผิงอัน
“มาลำบากฝึกฝนอยู่ที่นี่ เจ้าไม่มีอาจารย์หรือไร?” ชิวผิงเซิงถาม
เจียงผิงอันไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร เขาจึงแสร้งทำตัวเป็นศิษย์สามัญคนหนึ่ง ใบหน้าปรากฏเค้าเศร้าหมอง “ข้าโง่เง่าไร้ฝีมือ ไม่มีผู้อาวุโสท่านใดสนใจข้าหรอกขอรับ”
ชิวซื่อผิงมองเจียงผิงอันอย่างดูแคลน ก่อนจะเอ่ยว่า “ยามนี้มีโอกาสให้เจ้าเป็นศิษย์ในนามของเซียนผู้นี้แล้ว เต็มใจหรือไม่?”
ได้ยินเช่นนี้ เจียงผิงอันก็เงยหน้าขึ้น เผยสีหน้าตกตะลึงเหลือเชื่อและตื่นเต้น
“จริงหรือขอรับ? ผู้อาวุโสจะรับข้าเป็นศิษย์จริง ๆ หรือขอรับ?”
“แน่นอน ขอเพียงเจ้าเต็มใจทำตามคำสั่งของเซียนผู้นี้อย่างซื่อสัตย์ เซียนผู้นี้ก็จะให้โอกาสรับเจ้าเป็นศิษย์”
ชิวซื่อผิงดูยิ่งใหญ่ห่างเหิน เปี่ยมราศีเช่นเทพเซียน
ใบหน้าของเจียงผิงอันเผยความสุดปรีดา กุมกำปั้นก้มหัว “ศิษย์ปัวซือ เต็มใจเชื่อฟังผู้อาวุโสอย่างซื่อสัตย์ตลอดกาลขอรับ! ต่อให้ผู้อาวุโสให้ศิษย์ไปฆ่าคนวางเพลิงอะไร ศิษย์ก็จะไม่บิดพลิ้ว!!”
เมื่อเห็นท่าทีตื่นเต้นของเจียงผิงอัน มุมปากชิวซื่อผิงก็ยกยิ้ม สีหน้าเปี่ยมความภาคภูมิเช่นผู้เหนือกว่า
แค่สัญญาคำเดียว เขาก็ทำให้ผู้ฝึกตนเหล่านี้ทำงานแทนตนได้นี่แหละผลประโยชน์ของความแข็งแกร่ง
ชิวซื่อผิงเอ่ยเสียงเรียบ “มิได้จะให้เจ้าขายชีวิต แต่จะให้เจ้าปกป้องหลานของเซียนผู้นี้”
ชิวซื่อผิงมองหาเจียงผิงอันมาหลายเดือนแล้