อกมาด้วยสีหน้าบูดบึ้ง เธอโทรหาโจวอี้ต่อหน้าหลี่ชิวม่านแล้วเล่าว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
“สามีคะ ดูเหมือนว่าเราคงปิดมันไม่ได้แล้ว” ในที่สุดถังหว่านก็พูดด้วยรอยยิ้มอันขมขื่น
“ไม่เป็นไร อย่างที่เคยบอกไป ถ้าปิดไม่ได้ก็ช่างเถอะ ผมจะแก้ปัญหาต่อไปเอง ไม่ต้องห่วง” โจวอี้หัวเราะ
“อืม”
ถังหว่านตอบรับและวางสายไปเงียบ ๆ
เธอรู้ว่าโจวอี้มีอิทธิพลบางอย่าง แต่วันนี้หูเส้าเหวินเรียกเธอว่า ‘ป้า’ แบบโจ่งแจ้ง ซึ่งเป็นการเปิดเผยว่าเธอคือผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว ดังนั้นไม่ว่าโจวอี้จะมีอิทธิพลเพียงใดก็ไม่สามารถหยุดปากคนนับร้อยได้
แต่อันที่จริงเธอค่อนข้างสบายใจอยู่บ้าง เธอนึกถึงสิ่งที่โจวอี้พูดในครั้งก่อนว่าหลังจากกลับไปที่จินหลิง เขาจะพาเธอไปจดทะเบียนสมรส
“เธอมีผู้ชายแล้วจริง ๆ เหรอ? แล้วอีกฝ่ายรู้ไหมว่าเธอมีเหมียวเหมี่ยว?” หลี่ชิวม่านขมวดคิ้วถามพลางจับแขนของถังหว่านไว้ด้วยความเป็นห่วง
“รู้!”
“เขาเป็นใคร? อายุเท่าไหร่?” หลี่ชิวม่านถามอีกครั้ง
“โจวอี้”
“อายุเท่าไหร่? ผู้ชายที่สามารถเป็นลุงของไอ้ลูกหมาอย่างหูเส้าเหวินได้ต้องอายุ… เดี๋ยวนะ โจวอี้ ชื่อนี้…” หลี่ชิวม่านมีสีหน้าโง่งม
“เป็นเขานั่นแหละ พ่อแท้ ๆ ของเหมียวเหมี่ยว เขาออกจากภูเขานั่นได้หลายเดือนแล้ว” ถังหว่านตอบ รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่งดงามของเธอ
“ถังหว่าน เธอบ้าไปแล้วเหรอไง! ม้าที่ดีไม่ยอมหันหลังกลับ ไอ้สารเลวนั่นทิ้งภรรยาและลูกสาวของเขามาตั้งหลายปี ทำใ